<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780</id><updated>2012-02-16T00:36:20.780-08:00</updated><category term='LANGUAGE HISTORY IN SOUTHEAST'/><category term='นครราชสีมา'/><category term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมา'/><category term='ผีตาโขน'/><category term='ของดีเมืองโคราช นครราชสีมา'/><category term='เที่ยวเขาใหญ่'/><category term='เที่ยวนครราชสีมา'/><category term='มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี'/><category term='korat fc'/><category term='อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่'/><category term='generally known as &quot; Khorat &quot;'/><category term='ซุ้มประตูเมืองโคราช'/><category term='โชคชัย'/><category term='แนะนำโปรแกรมเที่ยวโคราช 3 วัน 2 คืน'/><category term='Khorat'/><category term='จังหวัดโคราช'/><category term='เที่ยวโคราช'/><category term='วังน้ำเขียว'/><category term='โคราชเอฟซี'/><category term='เที่ยว'/><category term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์'/><category term='เพลงโคราช'/><category term='เขาใหญ่'/><category term='เที่ยวปราสาท'/><category term='จังหวัดนครราชสีมา'/><category term='ท่องเที่ยวแดนอีสานใต้ จากนครราชสีมา – ขอนแก่น'/><category term='อาชีพคนโคราช'/><category term='หมี่โคราช'/><category term='swat cat'/><category term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงศรีอยุธยา'/><category term='เที่ยวเมืองย่าโมทำบุญไหว้พระ 9 วัด'/><category term='เที่ยวโคราช2วัน1คืน'/><category term='TOYOTA LEAGUE CUP 2010'/><category term='สระบุรี - นครราชสีมา - สระแก้ว - จันทบุรี - ตราด'/><category term='เที่ยวพิมาย'/><category term='เทคโนโลยีสุรนารี'/><category term='เที่ยวฟาร์ม'/><category term='ของฝากจากโคราช'/><category term='สินค้า ของฝาก จังหวัดนครราชสีมา - Nakhonratchasima'/><category term='เที่ยววังน้ำเขียว'/><category term='เที่ยวโคราชรับลมหนาว'/><category term='เทคโนสุระ'/><category term='แห่เทียนโคราช'/><category term='ปราสาทนางรำ อำเภอประทาย โคราช'/><category term='วิธีทำหมี่โคราช'/><category term='แข่งเรือ พิมาย'/><category term='อำเภอวังน้ำเขียว'/><category term='เมืองย่าโม'/><category term='แห่เทียนพรรษา'/><category term='งานเทศกาลประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา'/><category term='Nakhon Ratchasima'/><category term='กรุงเทพ-โคราช'/><category term='เที่ยวฟาร์มโชคชัย'/><category term='ประวัติอำเภอพิมาย'/><category term='เครื่องปรุงหมี่โคราช'/><category term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงธนบุรี'/><category term='เทศกาลเที่ยวพิมาย'/><category term='ฟาร์มโชคชัย'/><category term='โคราช'/><title type='text'>จังหวัดนครราชสีมา</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>36</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4359347707839850466</id><published>2011-02-09T03:37:00.000-08:00</published><updated>2011-02-09T03:37:38.651-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เขาใหญ่'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวเขาใหญ่'/><title type='text'>เขาใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เที่ยวได้ทั้งปี นั่งรถแปลบเดียวจากกรุงเทพฯ</title><content type='html'>&lt;b&gt;หากว่าคุณกำลังคิดว่า วันหยุดนี้จะพาครอบครัวไปเที่ยวที่ไหนกันดี????? ผมขอแนะนำเขาใหญ่ครับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปากช่อง นครราชสีมา โดยที่คุณและครอบครัว จะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด น้ำตกหลากหลายที่ จุดชมวิวสวยๆ หอสังเกตุสัตว์ป่า ผีเสื้อหรากหลายสายพันธุ์ นกเอย คุณสามารถพาเด็กๆ ศึกษาธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ที่พักก็มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท ให้เลือกตามสะดวก หรือจะใช้บริการ ลานกางเต้นท์ หรือบ้านพักอุทยานก็ได้ ตกกลางคืน พากันดูดาว เล่านิทาน ให้เด็กๆฟังก่อนนอน โอ้ว์ อย่าได้พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาครับ วันหยุดนี้ไปเขาใหญ่กันดีกว่า........ ส่วนการเดินทาง ใช้เส้นทางสายมิตรภาพครับ ประมาณ 200 กิโลจากกรุงเทพฯ ขากลับมีที่แวะเยอะแยะมากมาย เชิญแวะตามสะดวกครับ เห็นรถจอดเยอะๆ ก็แวะเลย......ครับ&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4359347707839850466?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4359347707839850466'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4359347707839850466'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2011/02/blog-post.html' title='เขาใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เที่ยวได้ทั้งปี นั่งรถแปลบเดียวจากกรุงเทพฯ'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8356359782109541516</id><published>2010-08-27T08:56:00.000-07:00</published><updated>2010-08-27T08:56:41.769-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เขาใหญ่'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวนครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวเขาใหญ่'/><title type='text'>เที่ยวเขาใหญ่หน้าฝน ใครว่าไม่สนุก....</title><content type='html'>&lt;b&gt;รอบสัปดาห์นี้ข่าวออกว่าฝนตกหนักหลายพื้นที่เลยครับ ทำให้หลายๆ ท่านคงจะลังเลว่าจะไปเที่ยวไหนดี เขาใหญ่ครับ เขาใหญ่คือคำตอบ บางคนบอกว่าไปทำไม ไปเถอะครับ ผมจะบอกว่าทำไมถึงต้องเขาใหญ่ เดินทางไม่นาน 160 กม.จากกรุงเทพฯ ไปเช้า เย็นกลับ ก็ยังได้ เขาใหญ่เป็นเมืองมรดกโลกแล้วนะครับ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 จังหวัด ด้วยกัน คือ สระบุรี นครนายก นครราชสีมา และปราจีนบุรี มีเนื้อที่ถึง 1 ล้าน 3 แสนกว่า ไร่ สถานที่เที่ยวก็หลายที่ทั้งน้ำตก ทั้งดูสัตว์ (กิจกรรมตอนกลางคืน)นอกจากนั้นระหว่างทางไปเขาใหญ่ ยังมีหลายสถานที่ ที่น่าแวะ เช่นไร่องุ่น หรือฟาร์มวัวนม ทั้งวัดวาอารามขึ้นชื่อหลายวัด ขากลับก็แวะซื้อหาผลไม้กลับติดไม้ติดมือไปฝากคนนั้นคนนี้ ได้ง่าย โอ้ย..แค่นี้ก็คงเป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว ที่จะทำให้เราตัดสินใจไปเที่ยวผ่อนคลายจากหลายๆ อย่างครับ ถ้าเครียดนัก ไปพักเถอะครับ ไปเขาใหญ่ใกล้สุด&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8356359782109541516?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8356359782109541516'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8356359782109541516'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/blog-post_27.html' title='เที่ยวเขาใหญ่หน้าฝน ใครว่าไม่สนุก....'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-3043152676497613518</id><published>2010-08-23T21:39:00.000-07:00</published><updated>2010-08-23T21:39:44.020-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทศกาลเที่ยวพิมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดนครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวพิมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แข่งเรือ พิมาย'/><title type='text'>กำหนดการเทศกาลเที่ยวพิมายปี 2553</title><content type='html'>&lt;b&gt;ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วนะครับ สำหรับ งานเทศกาลประจำปีที่หลายๆคนรอคอย เทศกาลเที่ยวพิมายนั่นเองครับ ไม่ใช่งานมันนี่เอกซ์โปร หรือมอเตอร์โชว์ครับ ภายในงานก็จะมีการจัดกิจกรรมแข่งขันเรือยาว อันนี้สุดยอดจริงๆ ครับ จำความได้ว่าเมื่อก่อนนี้เคยมีการจัดแข่งเรือยาวนานาชาติด้วย เมื่อไหร่จะจัดอีกก๊ไม่รู้ ถ้ามีจัดบอกผมด้วยครับ จะรีบไปดูเพราะมันส์จริงๆ นอกนั้นก็มีการออกร้านค้า ขายสินค้าประจำท้องถิ่นกัน พอตกกลางคืนก็จะมีการแสดงแสงสีเสียง ภายในปราสาทหินพิมายครับ เทศกาลเที่ยวพิมายมักจะจัดขึ้นในช่วงเสาร์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปีครับ ปีนี้ก็คงอยู่ประมาณวันที่ 6-12พฤศจิกายนครับ สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ ททท.โคราช โทร.044-213666 / 044-213030&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-3043152676497613518?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/3043152676497613518'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/3043152676497613518'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/2553.html' title='กำหนดการเทศกาลเที่ยวพิมายปี 2553'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1755790721292015197</id><published>2010-08-09T02:02:00.000-07:00</published><updated>2010-08-09T02:02:04.722-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='TOYOTA LEAGUE CUP 2010'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='swat cat'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผีตาโขน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><title type='text'>SWAT CAT พบ ผีตาโขน 11 สิงหาคมนี้ ใน รายการ TOYOTA LEAGUE CUP 2010</title><content type='html'>&lt;b&gt;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญชวนพี่น้องชาวโคราช ร่วมแรง ร่วมใจ และเป็นกำลังใจให้กับทีมจังหวัดนครราชสีมา เอฟซี สู้ศึกในรายการ โตโยต้า ลีก คัพ 2010 ระหว่างทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา พบกับทีม เลย ซิตี้ ในวันพุธ ที่ 11 สิงหาคม นี้ ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เวลา 17.30 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยศึกลูกหนัง "โตโยต้าลีก คัพ 2010" ทีมแชมป์ได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท พร้อมกับได้สิทธิ์เดินทางไปแข่งขันรายการ "โตโยต้า พรีเมียร์คัพ" ร่วมกับทีมชั้นนำในเจ ลีก ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนมกราคม ศกหน้า ด้านนักเตะยอดเยี่ยมรับรถโตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริด ราคา 2 ล้าน 1 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอบเพลย์ออฟ จะแข่งขันเพียงนัดเดียวเท่านั้น ทีมเจ้าบ้าน สามารถบริหารจัดการในเรื่องของรายได้จากค่าบัตรผ่านประตู โดยซึ่งรายได้ทั้งหมดเป็นของสโมสร ขณะที่ทีมเยือนจะได้รับเงินสนับสนุนทีม ในส่วนของการเดินทาง 30,000 บาท โดยในรอบดังกล่าว มีทีมจาก ดิวิชั่น 2 ส่งแข่งขันรวมทั้งหมดทุกภูมิภาค 57 ทีม จะเฟ้นหา 32 ทีม เข้าไปจับสลากประกบคู่กับ 32 ทีม ในระดับไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ต่อไป&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวจาก :www.nakhonratchasimafc.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1755790721292015197?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1755790721292015197'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1755790721292015197'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/swat-cat-11-toyota-league-cup-2010.html' title='SWAT CAT พบ ผีตาโขน 11 สิงหาคมนี้ ใน รายการ TOYOTA LEAGUE CUP 2010'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8365137646096904404</id><published>2010-08-09T01:59:00.000-07:00</published><updated>2010-08-09T01:59:33.867-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='swat cat'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='korat fc'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราชเอฟซี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><title type='text'>สวาทแคท” นครราชสีมาเอฟซี ปรับเปลี่ยนแผนการทำทีมใหม่</title><content type='html'>&lt;b&gt;“สวาทแคท” นครราชสีมาเอฟซี ปรับเปลี่ยนแผนการทำทีมใหม่ โดยแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนใหม่เป็น  “โค้ชแกะ” วิชาญ ฉอ้อนศรี และให้ “โค้ชใหม่” เจตนิพัทธ์ รชตเฉลิมโรจน์ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  ส่วนโค้ชแมน จันทนามปรับเปลี่ยนให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้ช่วยในส่วนงานประสานของทางสโมสร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทางด้านทีมงานสต๊าฟ โค้ชยังเป็นชุดเดิม เพียงแค่ปรับเปลี่ยนหัวหน้าโค้ชไหม่เท่านั้น ทางด้านนายปราการ คงกำเหนิด ผู้จัดการทั่วไป กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ถือเป็นการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของทีมที่ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก จากการประชุมของผู้บริหารและผู้ฝึกสอน มีมติให้ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความลงตัวในการทำทีมมากขึ้น อย่างไรก็ดีโค้ชก็ไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ช่วยทีมอยู่เหมือนเดิม &lt;/b&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ข่าวจาก :www.nakhonratchasimafc.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8365137646096904404?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8365137646096904404'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8365137646096904404'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/blog-post_5517.html' title='สวาทแคท” นครราชสีมาเอฟซี ปรับเปลี่ยนแผนการทำทีมใหม่'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-912465007140471658</id><published>2010-08-09T01:56:00.000-07:00</published><updated>2010-08-09T01:56:22.494-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดนครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปราสาทนางรำ อำเภอประทาย โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดโคราช'/><title type='text'>ปราสาทนางรำ อำเภอประทาย โคราช</title><content type='html'>ปราสาทนางรำ เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม สัญนิษฐานว่าสร้างเพื่อเป็นอโรคยาศาล หรือสถานที่สำหรับรักษาโรคสำหรับผู้คนในสมัยนั้น ประกอบไปด้วยปราสาทองค์กลาง มีมุขยื่นออกไปข้างหน้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของปราสาทมีวิหารก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ นอกกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง ถัดจากปราสาทนางรำไปทางทิศใต้ 80 เมตร มีปราสาทอีก 3 หลังเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ มีกำแพงศิลาแลงและคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบ ปราสาทนางรำตั้งอยู่ที่บ้านนางรำ ตำบลนางรำ ห่างจากตัวเมือง 79 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหมายเลข 2 ผ่านทางเข้าอำเภอพิมายไปจนถึง แยกบ้านวัดระยะทาง 62 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางหลวง 207 ไปประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปปราสาทนางรำอีก 4 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมือง 88 กิโลเมตรครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-912465007140471658?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/912465007140471658'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/912465007140471658'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/blog-post_09.html' title='ปราสาทนางรำ อำเภอประทาย โคราช'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1791627349181381879</id><published>2010-08-05T01:13:00.000-07:00</published><updated>2010-08-05T01:13:15.729-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทคโนโลยีสุรนารี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทคโนสุระ'/><title type='text'>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</title><content type='html'>&lt;b&gt;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 111 ถ.มหาวิทยาลัย ต. สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 โทรศัพท์ 0-4422-4750,0-4422-4750-3 โทรสาร 0-4422-4750&lt;/b&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1791627349181381879?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1791627349181381879'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1791627349181381879'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/blog-post_05.html' title='มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4708611448444852195</id><published>2010-08-01T09:28:00.000-07:00</published><updated>2010-08-01T09:28:38.328-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดนครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดโคราช'/><title type='text'>แผ่นดินยุบโคราชขยายขนาด กรมทรัพย์ฯ ของบศึกษาต้นตอแท้จริง</title><content type='html'>ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - นักธรณีวิทยาคาดแผ่นดินยุบขนาดยักษ์ อ.โนนไทยโคราช เกิดจากธรรมชาติและ รง.เกลือสินเธาว์ เสนอขออนุมัติงบฯ ศึกษาสาเหตุที่แท้จริง ล่าสุดหลุมขยายวงกว้างเพิ่มเป็น 20 เมตร กันพื้นที่ไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้หวั่นเกิดอันตราย ขณะผู้ใหญ่บ้านเผยชาวบ้านเชื่อสาเหตุมาจากการทำนาเกลือของผู้ประกอบการและ ทุกคนหวาดผวากลัวที่ดินบ้านยุบหายไป จี้ จนท.เร่งสำรวจให้ชัดเจนสร้างความมั่นใจ ปชช.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความจาก :www.happykorat.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4708611448444852195?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4708611448444852195'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4708611448444852195'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/08/blog-post.html' title='แผ่นดินยุบโคราชขยายขนาด กรมทรัพย์ฯ ของบศึกษาต้นตอแท้จริง'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-2178045278905743686</id><published>2010-07-30T05:25:00.000-07:00</published><updated>2010-07-30T05:25:20.683-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชีพคนโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดนครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>คนบุรีรัมย์ทำนา คนระยองก็พากันจับปลา แล้วราชสีห์มา เราจะทำยังไง......</title><content type='html'>ตามหัวข้อเลยครับ อาจจะเพี้ยนบ้างไม่ว่ากันนะครับ "คนบุรีรัมย์ทำนา คนระยองก็พากันจับปลา แล้วราชสีห์มา เราจะทำยังไง...... " เป็นคำถาม ติดตลกที่ผมเคยได้ยินเมื่อสมัยเริ่มเรียนรู้เรื่องการเป็นไกด์ เป็นมุข มุขนึ่งที่ใช้หากว่ารถผ่านเมืองโครราช และจากประสบการณ์ มันไม่เคยเรียกเสียงหัวเราะจากลูกทัวร์ของผมได้เลย (เขาคงคิดตามไม่ทัน หรือผมพูดไม่เข้าใจก็ไม่ทราบ) จากหัวข้อด้านบน ก็จะกล่าวถึงอาชีพของคนโคราชครับ คนโคราชก็เป็น อีกจังหวัดนึงที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่พอสมควร ด้วยภูมิประเทศโดยรวมเป็นที่ราบ สลับกับที่ราบสูง และมีภูเขาอยู่บ้าง บางส่วน อาชีพของคนโครราชส่วนมากก็เลยเกี่ยวข้องกับการทำการเกษตรครับ พื้นที่ไหนที่เป็นที่ราบสูงและดินมีความเค็มสูง ในหน้าแล้งจะมองเห็นเกลือผุดขึ้นมา จึงมีอาชีพการทำเกลือสินเทาว์(ไม่ทราบว่าเขียนถูกหรือเปล่านะครับ)กัน ส่วนพื้นที่ที่เป็นภูเขา ส่วนมากดินจะมีความอุดมสมบูรณ์ จะมีอาชีพทำสวนกัน ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของโคราชคงเคยได้ยินว่าเป็นน้อยหน่านะครับ และอีกอันคงเป็นทับทิม ส่วนพื้นที่ที่เป็นที่ราบ ส่วนมากจะทำนาครับ วันนี้ผมคิดได้แค่นี้ ท่านไหนที่เข้ามาก็เพิ่มเติมได้นะครับ จะขอบคุณหลายๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-2178045278905743686?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2178045278905743686'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2178045278905743686'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/blog-post_30.html' title='คนบุรีรัมย์ทำนา คนระยองก็พากันจับปลา แล้วราชสีห์มา เราจะทำยังไง......'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-886891158622008416</id><published>2010-07-29T08:02:00.000-07:00</published><updated>2010-07-29T08:02:19.913-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวพิมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติอำเภอพิมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวนครราชสีมา'/><title type='text'>แกะเทียนจากวัดที่พิมายก่อน แล้วร่วมขบวนที่โคราช</title><content type='html'>ชาวอำเภอพิมาย ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลในเมือง  และทั้ง 5 วัด &lt;br /&gt;ประกอบด้วย วัดเดิม วัดบูรพาพิมล(บุ่ง) วัดสระเพลง  วัดเก่า และวัดใหม่  ร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา          &lt;br /&gt;มีการจัดทำเทียนประดิษฐ์ประดอยสวยงามบนรถแห่ใช้เวลาทำ 3-4 เดือน เพื่อแห่เทียนถวายเป็นพุทธบูชาและมีขบวนแห่ของชาวบ้านในคุ้มวัดต่างๆ  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศร่วมชมขบวนแห่อย่างมากมาย  ซึ่งที่พิมายนี้จะเริ่มงานแห่เทียนในวันอาสาฬหบูชาก่อนที่จะนำรถขบวนเทียนไปร่วมแห่และประกวดที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โคราช ในวันเข้าพรรษา นี้เป็นเบื้องหลังความสวยงามของฝีมือช่างท้องถิ่นที่พิมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความจาก :www.oknation.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-886891158622008416?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/886891158622008416'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/886891158622008416'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/blog-post_29.html' title='แกะเทียนจากวัดที่พิมายก่อน แล้วร่วมขบวนที่โคราช'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8892186356769386533</id><published>2010-07-29T07:57:00.000-07:00</published><updated>2010-07-29T07:57:08.710-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แห่เทียนโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แห่เทียนพรรษา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>งานประเพณีแห่เทียนพรรษาโคราช 2553</title><content type='html'>กำหนดการ วันที่ 26 - 27 กรกฏาคม 2553&lt;br /&gt;พื้นที่จัดงาน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และถนนรอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี &lt;br /&gt;     จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา กำหนดจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2553 ขึ้น ระหว่างวันที่ 26 - 27 กรกฎาคม 2553 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;     การจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดนครราชสีมา ในปี 2553 ที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยเน้นองค์ประกอบของต้นเทียนที่จะส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นการแกะสลักหรือการหล่อต้นเทียน ที่บอกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เรื่องพุทธศาสนา การเทิดพระเกียรติ และวัฒนธรรมประเพณีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศของการแห่เทียนพรรษาที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา อันจะเป็นสิริมงคลสูงยิ่งนัก &lt;br /&gt;     ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่รอบเมืองโคราช กระบวนการหล่อเทียนพรรษา การแสดงแสง สี เสียง พร้อมชมการโชว์ขบวนต้นเทียนประดับไฟในยาม  ค่ำคืนตั้งแต่บริเวณถนนชุมพล (บริเวณด้านหลังอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี) ถึงถนนราชดำเนิน (ด้านหน้าอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี) และรอบ ๆ คูเมือง และมหกรรมสินค้า OTOP มหกรรมอาหารพื้นเมือง มหรสพสมโภช และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายตลอดการจัดงาน &lt;br /&gt;&lt;b&gt;สอบถามเพิ่มเติม&lt;/b&gt;    เทศบาลนครนครราชสีมา โทรศัพท์ 044242959 ต่อ 1534  &lt;br /&gt;            ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 04421666 ,044213030 ทุกวันในเวลาราชการ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8892186356769386533?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8892186356769386533'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8892186356769386533'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/2553.html' title='งานประเพณีแห่เทียนพรรษาโคราช 2553'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-5204704376551981934</id><published>2010-07-21T23:28:00.000-07:00</published><updated>2010-07-21T23:28:03.242-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เมืองย่าโม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวปราสาท'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดโคราช'/><title type='text'>โคราช บ้านเอ่ง</title><content type='html'>หลายๆ ท่านที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ก็คงจะต้องผ่านเมืองโคราช หรือจังหวัดนครราชสีมาอย่างละเลยไม่ได้อย่างทีเดียว เนื่องจากว่า โคราช หรือนครราชสีมา นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และถือว่าเป็นประตูสู่อิสานด้วยนั่นเองครับ ใครได้มีโอกาสผ่าน โคราข หรือนครราชสีมา สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ การไหว้ย่าโม หรือท้าวสุรนารีครับ ต้องไปให้ได้นะครับ ไหว้ย่าโมแล้วก็อย่าลืมลอดซุ็มประตู นะครับ จะได้กลับมาเป็นเขย เป็นสะไภ้โคราช อิอิอิ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-5204704376551981934?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5204704376551981934'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5204704376551981934'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/blog-post_21.html' title='โคราช บ้านเอ่ง'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4180326210281885150</id><published>2010-07-18T21:04:00.000-07:00</published><updated>2010-07-18T21:04:32.416-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สินค้า ของฝาก จังหวัดนครราชสีมา - Nakhonratchasima'/><title type='text'>สินค้า ของฝาก จังหวัดนครราชสีมา - Nakhonratchasima</title><content type='html'>สินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์โอทอป 5 ดาว&lt;br /&gt;นครราชสีมา มีผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เทียนหอมและดอกไม้ ประดิษฐ์  ดูรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่  www.otop5star.com  หรือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย: ถนนอัษฎางค์ แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ : 662-622-3150-1 โทรสาร : 662-622-3151  อีเมล์ : info@otop5star.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก&lt;br /&gt;จังหวัดนครราชสีมามีสินค้าพื้นเมืองมากมายหลายอย่างนักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ที่ตลาดในตัวเมือง หรือแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงได้แก่เครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียนผ้าไหมผ้ามัดหมี่จากปัก ธงชัยส่วนสินค้าหัตถกรรมกลุ่มแม่บ้านหาซื้อได้ที่ศูนย์จำหน่ายของดีเมืองโคราชใกล้ศาลากลางจังหวัด ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารได้แก่หมูยอแหนมไส้กรอกกุนเชียงหมูหยองซึ่งผลิตกันมากที่ตัวเมืองและที่อำเภอ ปากช่องและหมี่โคราชซึ่งมีจำหน่ายทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องปั้นดินเผา&lt;br /&gt;นักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ที่ตลาดในตัวเมือง หรือแหล่งผลิต สินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เครื่อง ปั้นดินเผาจากด่านเกวียน ผ้าไหมผ้ามัดหมี่จาก ปักธงชัย ส่วนสินค้าหัตถกรรมกลุ่มแม่บ้านหาซื้อได้ที่ศูนย์ จำหน่ายของดีเมืองโคราชใกล้ศาลากลาง จังหวัด ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารได้แก่ หมูยอ แหนม ไส้กรอก กุนเชียง หมูหยองซึ่งผลิตกันมากที่ตัวเมืองและที่อำเภอปากช่อง และหมี่โคราชซึ่งมีจำหน่ายทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านจำหน่ายของที่ระลึก&lt;br /&gt;ทัศนีย์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 967 ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4424 2372&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;น้อยไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : อาคารศูนย์การค้าสีมาธานี ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4421 3189&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ฟ้าฝนไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 1 ถนนสิริจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4424 4544&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;สุมลไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 440 ถนนนครราชสีมา-ปักธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 442 22180&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อังศนาไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 1326 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาโทรศัพท์ : 0 4425 2398&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกษตรไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 20/14-6 ถนนสืบศิริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1112&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครือศรีไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78/14 หมู่ 8 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1798&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จันทิมาไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 70/71 หมู่ 13 ถนนนครราชสีมา-ปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4428 4223&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เจริญศิลป์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 15-16 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1440&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ฉลวยไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78/4 ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4428 3401 , 0 4428 4472–3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉลองไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 87/2 ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4428 3809&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ฉัตรทองไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78/1 หมู่ 8 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1146&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลียวไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78/6 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1192&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไทยหัตถภัณฑ์ (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 194/1 หมู่ 16 ถนนสืบศิริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1518&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลจันทร์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 265-6 ถนนสืบศิริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1062&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ปราณีตไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 96-7 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1173&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปักธงชัยไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 92 หมู่ 1 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1671&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรณทิภาไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 130/4 หมู่1 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1748 , 0 4444 1818&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มัชชาดาไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 118/1 หมู่ 7 ถนนสืบศิริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1684&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชตะไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1503&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราตรีไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 442/1 ถนนเทพธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1284&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศรีจันทร์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 122-4 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1036&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศรีไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 333 ถนนสืบศิริ (ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย) อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1588&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมรไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 574/1-2 หมู่ 1 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1157&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;สัมฤทธิ์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 478 ถนนเทพธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1169&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุทัศน์ไหมไทย (ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78/5 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1911&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุนันทาไหมไทย ( ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 570/1 ถนนหลักเมือง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4444 1125&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัมพรศรีไหมไทย&lt;br /&gt;ที่อยู่ : 13-14 ถนนตลาดเมืองใหม่ปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4445 1588&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาวดิน (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 148 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5194-8&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดวงแขดินเผา (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 133 หมู่ 7 บ้านด่านชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5084&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดินเก่า (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 53/1 หมู่ 3 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5220&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดินด่านเกวียน (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 128/1 หมู่ 7 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5071&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดินดำ (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : ถนนนครราชสีมา – โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5199&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดินประดิษฐ์ (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 233 หมู่ 3 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4433 8071&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดินปั้น (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 131 หมู่ 3 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5204 , 0 4437 5248&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ดินเผา (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 113 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5200-1&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ไทยอิ่ม (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 78 หมู่ 3 ถนนนครราชสีมา – โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5215&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;สำรวยดินเผา (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 260/1 หมู่ 7 ถนนสุขาภิบาล 5 ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5187&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;สุรนารีหัตถกรรมไทย (เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 143/1 หมู่ 3 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5188&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;อำแดงเซรามิค ( เครื่องปั้นดินเผา) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 34 หมู่ 4 ถนนนครราชสีมา-โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4437 5203&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;จิง จิง เฮียง (ผลิตภัณฑ์อาหาร หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 284 ถนนสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4424 4317&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เตียหงี่เฮียง จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 260 ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4424 6333&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ปึงหงี่เชียง จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 3403-11 ถนนสืบศิริ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4424 5205&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;สามไทยวิภา จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 411-415 ถนนสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4425 7788, 0 4424 1374&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;เจ๊หงษ์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ &lt;br /&gt;ที่อยู่ : 122–124 ถนนคุรุสามัคคี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4431 1808, 08 1966 4858&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;กลุ่มแม่บ้านหอกลอง (ข้าวตังหมูหยอง) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : บ้านหอกลอง ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4438 1232&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มแม่บ้านทุ่งสว่าง- ศาลาลอย (ผลิตภัณฑ์ แชมพูสมุนไพร ว่านหางจระเข้ ดอก อัญชัน) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : ถนนพายัพทิศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4425 5471&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปราสาทใต้ (ผลิตภัณฑ์จากกก จันทบูร เสื่อกก, กระเป๋า, แฟ้ม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4436 7027&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงอุทัย ทัพกลาง (เครื่องดนตรีไทยประเภทสาย) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : หมู่ 7 บ้านปราสาทใต้ ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4436 7047&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มสตรีแม่บ้านพัฒนานิคม (ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากรังไหม) &lt;br /&gt;ที่อยู่ : บ้านพัฒนานิคม หมู่ 10 ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โคราชไนท์บาซา&lt;br /&gt;ที่อยู่ : ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศูนย์เจ้าสัว ศูนย์เจ้าสัวเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน&lt;br /&gt;ที่อยู่ : 99 หมู่ 9 ถนนมิตรภาพ ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ : 0 4429 8111, 0 4429 8222 www.chaosua.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4180326210281885150?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4180326210281885150'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4180326210281885150'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/nakhonratchasima.html' title='สินค้า ของฝาก จังหวัดนครราชสีมา - Nakhonratchasima'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1118337547647436198</id><published>2010-07-18T20:53:00.001-07:00</published><updated>2010-07-18T20:53:52.900-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช2วัน1คืน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กรุงเทพ-โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>กรุงเทพฯ – อ. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา (2 วัน 1 คืน โดยรถยนต์)</title><content type='html'>- วันแรก &lt;br /&gt;- ออกจากกรุงเทพฯ &lt;br /&gt;- แวะชมอุทยานแห่งชาติทับลาน ( ชมผืนป่าลานผืนสุดท้ายในประเทศ ) &lt;br /&gt;- แวะรับประทานอาหารกลางวัน ณ บ้านไร่กฤษวรรณ &lt;br /&gt;- บ่ายแวะชมสวนสวยคุณต่อ พร้อมรับการตรวจสุขภาพแบบพลังชีวิตพร้อมรับคำแนะนำการรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดและธาตุประจำวันเกิด &lt;br /&gt;- เข้าที่พักในเขต อ.วังน้ำเขียว ทั้งแบบ Home stay และรีสอร์ทกลางธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- วันที่สอง &lt;br /&gt;- ตื่นเช้าเพื่อสัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์พร้อมจิบกาแฟ ณ ที่พัก &lt;br /&gt;- ชมไร่ผักปลอดสารพิษ สวนลุงไกร หรือชมฟาร์มเห็ดหอม ภูชมไพร &lt;br /&gt;- ชมไร่องุ่น และโรงงานทำไวน์ พร้อมผ่อนคลายร่างกายด้วย สปา อโรมา &lt;br /&gt;- รับประทานอาหารกลางวัน ณ วิเลจฟาร์ม &amp; ไวน์เนอรี่ &lt;br /&gt;- บ่ายแวะชมเขาแผงม้า รอชมฝูงวัวกระทิง ฝูงใหญ่ ที่หาดูได้ยากมาก ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์ ไปจากประเทศไทย &lt;br /&gt;- เดินทางกลับกรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- สถานที่ติดต่อ &lt;br /&gt;- อุทยานแห่งชาติทับลาน โทรศัพท์ 0-3721-9408&lt;br /&gt;- บ้านไร่กฤษวรรณ โทรศัพท์ 0-4422-8465-7&lt;br /&gt;- สวนสวยคุณต่อ โทรศัพท์ 0-1760-1311&lt;br /&gt;- สวนลุงไกร โทรศัพท์ 0-1274-6961&lt;br /&gt;- ฟาร์มเห็ดหอมภูชมไพร โทรศัพท์ 0-9786-5576&lt;br /&gt;- วิจเลจฟาร์ม และไวน์เนอรี่ โทรศัพท์ 0-4422-8408-9&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นครราชสีมา นครราชสีมา โคราช โคราช นครราชสีมา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1118337547647436198?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1118337547647436198'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1118337547647436198'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/2-1_18.html' title='กรุงเทพฯ – อ. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา (2 วัน 1 คืน โดยรถยนต์)'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-2366775090508557738</id><published>2010-07-18T20:52:00.000-07:00</published><updated>2010-07-18T20:52:57.922-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช2วัน1คืน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กรุงเทพ-โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>กรุงเทพฯ – อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ( 2 วัน 1 คืน โดยรถยนต์ )</title><content type='html'>- วันแรก &lt;br /&gt;- ออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ชมไร่องุ่นพีบีวัลเลย์ เขาใหญ่ไวน์เนอรี่ เพลินตา กับความสวยงานของไร่องุ่นไร้เมล็ดพันธ์ต่างประเทศ ท่ามกลางหุบเขาเขียวขจี รับฟังกรรมวิธีการผลิตไวน์เลิศรสจากโรงไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &lt;br /&gt;- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของ พีบี วัลเลย์ ลองลิ้มชิมไวน์หลากหลายชนิด &lt;br /&gt;- บ่ายเดินทางเข้าที่พักเดอะกรีนเนอร์รี่ รีสอร์ท สนุกสนานกับ Activity Zone ภายในรีสอร์ท เช่น PAINBALL , ROCK CLIMBING ,NANO RACING, ZORB , BOWLING ATAs &lt;br /&gt;- รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- วันที่สอง &lt;br /&gt;- ตื่นเช้าเพื่อสัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์พร้อมจิบกาแฟอุ่น ณ ที่พัก &lt;br /&gt;- สัมผัสธรรมชาติทิวทัศน์สวยงามอากาศบริสุทธ์ ณ ผืนป่าดงพญาเย็น- เขาใหญ่ ชมน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก และกิจกรรมเดินป่า &lt;br /&gt;- รับประทานอาหารกลางวัน ร้านไม้ชายน้ำ&lt;br /&gt;- สนุกสนานกับการขี่ม้า และกิจกรรม Soft Adventure เช่น รถ Go-cart, Cart-cross, รถมอเตอร์ไซด์ ATV, การขี่ม้า ณ ไร่ทองสมบูรณ์ &lt;br /&gt;- เดินทางกลับกรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- สถานที่ติดต่อ &lt;br /&gt;- ไร่องุ่น พีบี วัลเลย์ เขาใหญ่ ไวน์เนอรี่ โทรศัพท์ 0-3622-7328- 9&lt;br /&gt;- เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ โทรศัพท์ 0-4429-7224-5&lt;br /&gt;- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทรศัพท์ 0-3731-9002, 0-4429-7406&lt;br /&gt;- ทองสมบูรณ์คลับ โทรศัพท์ 0-4431-2248 , 0-4431-2316&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-2366775090508557738?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2366775090508557738'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2366775090508557738'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/2-1.html' title='กรุงเทพฯ – อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ( 2 วัน 1 คืน โดยรถยนต์ )'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-5969724086281705818</id><published>2010-07-18T20:50:00.000-07:00</published><updated>2010-07-18T20:50:30.579-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ของฝากจากโคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ของดีเมืองโคราช นครราชสีมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>ของดีเมืองโคราช นครราชสีมา</title><content type='html'>จังหวัดนครราชสีมามีสินค้าพื้นเมืองมากมายหลายอย่าง นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ที่ตลาดในตัวเมืองหรือแหล่งผลิต สินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียน ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่จากปักธงชัย ส่วนสินค้าหัตถกรรมกลุ่มแม่บ้านหาซื้อได้ที่ศูนย์จำหน่ายของดีเมืองโคราชใกล้ศาลากลางจังหวัด ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารได้แก่ หมูยอ แหนม ไส้กรอก กุนเชียง หมูหยองซึ่งผลิตกันมากที่ตัวเมืองและที่อำเภอปากช่อง และหมี่โคราชซึ่งมีจำหน่ายทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม&lt;br /&gt;อำเภอเมือง&lt;br /&gt;ทัศนีย์ไหมไทย :  ๙๖๗ ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๔๔๒๔ ๒๓๗๒&lt;br /&gt;น้อยไหมไทย :  อาคารศูนย์การค้าสีมาธานี ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๔๔๒๑ ๓๑๘๙)&lt;br /&gt;ฟ้าฝนไหมไทย :  ๑ ถ.จอมพล ซ.สิริจินดา โทร. ๐ ๔๔๒๔ ๔๕๔๔, ๐ ๔๔๒๖ ๘๒๐๑ โทรสาร ๐ ๔๔๒๖ ๗๔๖๗&lt;br /&gt;สุมลไหมไทย :   ๔๔๐ ถ.นครราชสีมา-ปักธงชัย โทร. ๐ ๔๔๒ ๒๒๑๘๐&lt;br /&gt;อังศนาไหมไทย :   ๑๓๒๖ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๔๔๒๕ ๒๓๙๘&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อำเภอปักธงชัย&lt;br /&gt;จันทิมาไหมไทย :  ๗๐/๗๑ ม.๑๓ ถ.นครราชสีมา-ปักธงชัย โทร. ๐ ๔๔๒๘ ๔๒๒๓&lt;br /&gt;เจริญศิลป์ไหมไทย :  ๑๕-๑๖ ถ.ศรีพลรัตน์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๔๔๐&lt;br /&gt;ฉลวยไหมไทย :  ๗๘/๔ ต.เมืองปัก โทร. ๐ ๔๔๒๘ ๓๔๐๑, ๐ ๔๔๒๘ ๔๔๗๒–๓&lt;br /&gt;ฉลองไหมไทย :  ๘๗/๒ ต.เมืองปก โทร. ๐ ๔๔๒๘ ๓๘๐๙&lt;br /&gt;ฉัตรทองไหมไทย :  ๗๘/๑ ม.๘ ถ.นครราชสีมา-กบินทร์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๑๔๖, ๐ ๔๔๒๘ ๔๔๖๕&lt;br /&gt;ไทยหัตถภัณฑ์ :  ๑๙๔/๑ ม. ๑๖ ถ.สืบศิริ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๕๑๘&lt;br /&gt;นวลจันทร์ ไหมไทย :  ๒๖๕-๖ ถ.สืบศิริ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๐๖๒&lt;br /&gt;น้อยไหมไทย :  ๕๒๘/๒ ถ.หลักเมือง โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๒๐๕&lt;br /&gt;ปราณีตไหมไทย :  ๙๖-๗ ถ.ศรีพลรัตน์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๑๗๓&lt;br /&gt;ปักธงชัยไหมไทย :   ๙๒ ม.๑ ถ.ศรีพลรัตน์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๖๗๑&lt;br /&gt;มัชชาดาไหมไทย :   ๑๑๘/๑ ม.๗ ถ.สืบศิริ ต.นกออก โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๖๘๔, ๐ ๔๔๔๔ ๒๐๑๕&lt;br /&gt;รัชตะไหมไทย :  ถ.นครราชสีมา-กบินทร์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๕๐๓&lt;br /&gt;ศรีไหมไทย :   ๓๓๓ ถ.สืบศิริ (ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย) โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๕๘๘, ๐ ๔๔๔๔ ๑๑๕๒ โทรสาร ๐ ๔๔๔๔ ๑๘๙๙&lt;br /&gt;สุทัศน์ไหมไทย :  ๗๘/๕ ถ.นครราชสีมา-กบินทร์ โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๙๑๑&lt;br /&gt;สุนันทาไหมไทย :  ๕๗๐/๑ ถ.หลักเมือง โทร. ๐ ๔๔๔๔ ๑๑๒๕&lt;br /&gt;อัมพรศรีไหมไทย :  ๑๓-๑๔ ถ.ตลาดเมืองใหม่ปักธงชัย โทร. ๐ ๔๔๔๕ ๑๕๘๘&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องปั้นดินเผา (บ้านด่านเกวียน)&lt;br /&gt;อำเภอโชคชัย&lt;br /&gt;ชาวดิน :  ๑๔๘ ม.๓ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๑๙๔-๕&lt;br /&gt;ดวงแขดินเผา :  ๑๓๓ ม.๗ บ้านด่านชัย โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๐๘๔&lt;br /&gt;ดินเก่า :  ๕๓/๑ ม.๓ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๒๒๐&lt;br /&gt;ดินด่านเกวียน :   ๑๒๘/๑ ม.๗ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๐๗๑&lt;br /&gt;ดินประดิษฐ์ :  ๒๓๓ ม.๓ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย โทร. ๐ ๔๔๓๓ ๘๐๗๑&lt;br /&gt;ดินปั้น :  ๑๓๑ ม.๓ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๒๐๔&lt;br /&gt;สุรนารีหัตถกรรมไทย :   ๑๔๓/๑ ม.๓ ถ.นครราชสีมา-โชคชัย ต.ด่านเกวียน โทร. ๐ ๔๔๓๗ ๕๑๘๘&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลิตภัณฑ์อาหาร (หมูยอ หมูแผ่น กุนเชียง ฯลฯ)&lt;br /&gt;อำเภอเมือง&lt;br /&gt;จิง จิง เฮียง :  ๒๘๔ ถ.สุรนารี โทร. ๐ ๔๔ ๒๔ ๔๓๑๗&lt;br /&gt;เตียหงี่เฮียง :  ๒๖๐ ถ.ชุมพล โทร. ๐ ๔๔๒๔ ๖๓๓๓, ๐ ๔๔๒๔ ๖๒๒๒&lt;br /&gt;ลานโพธิ์ :  ๔๑๙ ถ.อัษฎางค์ (เยื้องสระน้ำวัดพระนารายณ์) โทร. ๐ ๔๔๒๖ ๗๙๔๔&lt;br /&gt;สามไทยวิภา :   ๔๑๑-๔๑๕ ถ.สุรนารี โทร. ๐ ๔๔๒๕ ๗๗๘๘,๐ ๔๔๒๔ ๑๓๗๔&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-5969724086281705818?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5969724086281705818'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5969724086281705818'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/blog-post_18.html' title='ของดีเมืองโคราช นครราชสีมา'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1862348531075597478</id><published>2010-07-12T03:08:00.000-07:00</published><updated>2010-07-12T03:08:50.846-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วังน้ำเขียว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยววังน้ำเขียว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อำเภอวังน้ำเขียว'/><title type='text'>อำเภอวังน้ำเขียว</title><content type='html'>&lt;b&gt;ความเป็นมาของอำเภอวังน้ำเขียว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;วังน้ำเขียว เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ตอนใต้ของจังหวัดนครราชสีมา ที่มาของชื่อ วังน้ำเขียว นั้นได้มาจากสภาพภูมิประเทศของที่นี่ เพราะพื้นที่ในแถบนี้มีวังน้ำที่ใสงดงามเป็นธรรมชาติ น้ำนั้นใส จนมองเห็นเงาสะท้อนสีเขียวของต้นไม้จึงเรียกพื้นที่นี้ว่า วังน้ำเขียวนั่นเอง...&lt;br /&gt;วังน้ำเขียว มีถนนเส้นหลักที่พาดผ่านอำเภอกบินทร์บุรี จากด้าน จ.ปราจีนบุรี ผ่านวังน้ำเขียวยาวลงไปถึงปักธงชัย คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเส้นทางที่จะมายังวังน้ำเขียวได้หลายด้าน ทั้งด้านมอเตอร์เวย์มาเชื่อม 304 หรือนครนายกมาเชื่อม 304 หรือด้านสระบุรี-ปากช่อง มาเชื่อมเข้า 304 บริเวณปักธงชัย นอกจากทางถนนหลักแล้ว วังน้ำเขียวก็ยังสามารถเดินทางทะลุไปออกปากช่องได้อีกทางโดยถนนเส้นศาลเจ้าพ่อ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติไม่แพ้ถนนหลักเลยเช่นกัน&lt;br /&gt;แต่เดิมวังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในกิ่งอำเภอที่ขึ้นกับอำเภอปักธงชัย ปัจจุบันได้แยกตัวออกมาเป็นอำเภอ และมีการปกครอง แยกเป็น 5 ตำบล ตำบลต่างๆ ประกอบด้วย ตำบลวังน้ำเขียว ตำบลไทยสามัคคี ตำบลอุดมทรัพย์ ตำบลวังหมี และตำบลระเริง และมีพื้นที่ติดต่อกับ อำเภอนาดี อำเภอปักธงชัย อำเภอปากช่อง อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี แต่คนส่วนมากที่เคยมาเที่ยวจะกล่าวถึงวังน้ำเขียวว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" เพราะพื้นที่และอากาศในแถบนี้คล้ายคลึงกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นโชคดี ของคนไทยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงยุโรปก็สามารถสัมผัสบรรยากาศที่สวยงามได้เช่นกัน...&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สภาพภูมิประเทศ&lt;/b&gt; และภูมิอากาศภูมิประเทศของอำเภอวังน้ำเขียว ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ลาดชัน อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สัตว์ป่าหายาก เช่น กระทิงฝูงสุดท้ายที่เขาแผงม้า พญากระรอกสีดำที่สถานีวิจัยเขาสแกราช แหล่งสงวนชีวมณฑล พื้นที่ของวังน้ำเขียวประกอบไปด้วยน้ำตกหลายแห่ง อาทิ น้ำตกคลองดินดำ น้ำตกขุนโจร น้ำตกห้วยใหญ่ใต้ น้ำตกสวนห้อม ฯลฯ ที่ล้วนแต่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยลักษณะภูมิอากาศ และภูมิประเทศดังกล่าว ทำให้วังเขียวมีอากาศที่เย็นสบายเกือบ ทั้งปีฝนก็ชุก และมีหมอกมาก นอกจากนี้ยังมีการทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ของพื้นที่ ทั้งสวนผัก ผลไม้นานาชนิด ดังจะเห็นได้จากคำขวัญของอำเภอที่ว่า "วังน้ำเขียว เมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองหมอก"&lt;br /&gt;วังน้ำเขียว ได้รับการกล่าวว่าเป็นสถานที่ที่มีโอโซนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ยังไม่มีการพิสูจน์แต่อย่างใด แต่สิ่งที่พอจะพิสูจน์ได้ก็คือ ที่สถานีวิจัยเขาสแกราช แหล่งสงวนชีวมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่ในอำเภอวังน้ำเขียว ได้พบเฟิร์นชนิดหนึ่งซึ่งจะขึ้นเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่มีโอโซนในระดับสูงเท่านั้น นี่จึงเป็นที่มาของคำกล่าวอ้างที่คนนำมาพูดกันเกี่ยวกับอากาศที่บริสุทธิ์ของวังน้ำเขียว&lt;br /&gt;ฤดูหนาวของวังน้ำเขียว เริ่มต้นประมาณเดือนพฤศจิกายน-มกราคม อุณภูมิก็หนาวกำลังดีประมาณ 9-18 องศา ทำให้ได้รู้สึกถึงความเป็นหน้าหนาวจริงๆ ส่วนหน้าฝนนั้น มีฝนตกชุก เมื่อหลังฝนตกแล้ว ส่วนใหญ่จะมีหมอกพัดมาเป็นสายอย่างชัดเจน จนบางครั้งรู้สึกว่าอยู่ในทะเลหมอกเลยทีเดียว ซึ่งภาพและบรรยากาศแบบนี้ ยากที่จะบรรยายความสวยงามออกมาเป็นคำพูดได้ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวท่านเอง ส่วนหน้าร้อนก็เหมือนกับสถานที่อื่นๆ คือร้อนบ้าง แต่ด้วยความที่มีต้นไม้ และแหล่งน้ำค่อนข้างมาก ทำให้เวลาที่รู้สึกว่าร้อนในแต่ละวันจะสั้นลง เพราะกว่าจะเริ่มรู้สึกร้อนก็สัก 10 โมง ประมาณบ่าย 2-3 โมง ก็เริ่มหายร้อนแล้ว ด้วยอากาศแบบนี้ ทำให้วังน้ำเขียว เป็นที่ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู มีกิจกรรมให้ทำมากมาย รวมถึงได้สัมผัสบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤด&lt;br /&gt;&lt;b&gt;วังน้ำเขียว...การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ยุทธศาสตร์ในการท่องเที่ยววังน้ำเขียวได้ถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนตามลักษณะภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมท้องถิ่น ลักษณะการประกอบอาชีพของประชากร ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;b&gt;1. การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ&lt;/b&gt; หมายถึงการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน และเรียนรู้การรักษาสุขภาพกายใจ สัมผัสความเพลิดเพลินจากธรรมชาติรอบตัว ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ละจากชีวิตเมือง มาเติมเต็มด้วยการทำตัวกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ ไม่เรียกร้องสิ่งที่แปลกปลอมจากสภาพเดิมของท้องถิ่น อาทิ คาราโอเกะ แอร์คอนดิชั่น และสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิด รวมถึงไม่ควรสร้างกิจกรรมที่ไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมบางประเภท เช่น ตั้งวงเหล้า เล่นไพ่ เปิดเพลงเสียงดัง ส่งเสียงเอะอะรบกวนนักท่องเที่ยวท่านอื่น หรือรบกวนธรรมชาติ เป็นต้น กิจกรรมที่สามารถทำได้ในการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพมีมากมาย เช่น ชมความงามของธรรมชาติ พักผ่อน นอน อ่านหนังสือ วาดรูป ขี่จักรยาน เดินเล่น จ๊อกกิ้ง ออกกำลังกาย ทานอาหารประเภทสุขภาพ ผัก ผลไม้ ที่ทั้งสด อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความเป็นตัวตนที่แท้จริงของ&lt;b&gt;วัง&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;น้ำเขียวได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&lt;/b&gt; หมายถึง การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่เกี่ยวกับระบบนิเวศ ภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนนี้ต้องการความร่วมมืออย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน ตักตวงความสุขจากธรรมชาติ ว่า ต้องไม่ทิ้งอะไรที่เป็นส่วนเกินไว้ และไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ อย่าพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบไม่ถูกที่ อาทิ แกะสลักชื่อท่านพร้อมคนรักไว้ที่ต้นไม้ หรือผนังหิน เป็นต้น รวมถึงไม่นำอะไรที่เป็นของธรรมชาติติดตัวกลับไป เพื่อคนรุ่นหลังที่มาท่องเที่ยว จะยังคงเห็นความงาม และประทับใจเหมือนที่ท่านเคยได้รับ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. การท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/b&gt; หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร ฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จ และเพลิดเพลินในแหล่งเกษตรกรรมนั้น บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ให้เกียรติ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อมของสถานที่ และมีความเข้าใจในสภาพที่เป็นอยู่ ไม่คาดหวังถึงการบริการที่เอาใจทุกอย่างแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการค้าของเอกชน เพราะเขาเหล่านั้นเป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรอย่างแท้จริง ถ้านักท่องเที่ยวเที่ยวอย่างเข้าใจ จะพบว่าน้ำใจจากเกษตรกรนั้นมีมากจนท่านจะประทับใจไม่มีวันลืมทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&lt;/b&gt; หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อชมงานประเพณีต่างๆ ในรอบปี ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆจัดขึ้น และได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญในท้องถิ่น ได้รับความเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจในสุนทรียศิลป์ ได้รับความรู้ ความเข้าใจต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรม บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกต่อการรักษามรดกทางวัฒนธรรมโดยประชาชนในท้อง&lt;br /&gt;ถิ่นมีส่วนร่วมการจัดการการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก :www.wnk.go.th&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1862348531075597478?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1862348531075597478'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1862348531075597478'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/07/blog-post.html' title='อำเภอวังน้ำเขียว'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1683064557208859752</id><published>2010-05-23T07:12:00.000-07:00</published><updated>2010-05-23T07:12:04.028-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวฟาร์มโชคชัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฟาร์มโชคชัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โชคชัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวฟาร์ม'/><title type='text'>เที่ยววันหยุดสบายๆ สไตล์ฟาร์มโชคชัย</title><content type='html'>การเดินทางจากกรุงเทพไปฟาร์มโชคชัยนั้นไม่ยากเลยครับ ใช้ระยะทางเพียงแค่ 159 กม. โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ตรงไปถึงสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ตรงไปเรื่อยๆก็จะเห็นป้ายทางเข้าขนาดใหญ่บอกว่าไปฟาร์มโชคชัย ให้เห็นชัดเจนครับ   &lt;br /&gt;นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศท่องเที่ยวเชิงเกษตร เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรและฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ &lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจกรรมในฟาร์มโชคชัยมีมากมายหลายอย่างครับได้แก่ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;1. โชว์การต้อนแกะ&lt;/b&gt; โดยเราจะเห็นสุนัขแสนรู้คอยต้อนแกะทั้งฟูงให้เข้าไปในคอกได้อย่างน่ารักและต้องทึ่งในความสามารถ &lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. กิจกรรมที่น่าสนใจก็คือกิจกรรมขี่ม้า &lt;/b&gt;โดยจะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่คอยแนะนำอย่างใกล้ชิด &lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. นั่งรถม้าชมวิวโดยรอบฟาร์มโชคชัย &lt;/b&gt;ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และทัศนียภาพโดยรอบฟาร์มโชคชัยได้อย่างเต็มอิ่ม &lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. กิจกรรมแคมปิ้ง &lt;/b&gt;ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้บรรยากาศการพักผ่อนกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันทางฟาร์มโชคชัยก็จัดห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไฮไลท์ก็ต้อง ห้องสุขาแบบ open air ครับ ได้บรรยากาศโล่งๆไปอีกแบบ น่าลอง &lt;br /&gt;&lt;b&gt;5. ชมการรีดนมวัว &lt;/b&gt;โดยจะมีวิทยากรจากทางฟาร์มมาให้ความรู้แก่เราด้วยครับ ในปัจจุบัน การรีดนมวัวมี 2 วิธีคือการใช้เครื่องรีดนม และการใช้มือเปล่ารีดนมวัว โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการรีดนมวัวทั้งสองวิธีที่นี่ ครบถ้วนจริงๆครับ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;6. อีกกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการทำไอศกรีมนมสด &lt;/b&gt;ที่เราสามารถจะทำเอง ผสมเองได้ตามใจชอบเลยครับ ฟาร์ม โชคชัยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นกว่าไร่ มีโคนมกว่า 5 พันตัว เป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นฟาร์มที่ได้การรับรองมาตรฐานเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยดีเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย &lt;br /&gt;โดย ... คนเลี้ยงวัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความจาก :www.thai.tourismthailand.org&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1683064557208859752?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1683064557208859752'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1683064557208859752'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='เที่ยววันหยุดสบายๆ สไตล์ฟาร์มโชคชัย'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-2109614901123585926</id><published>2010-02-27T01:22:00.000-08:00</published><updated>2010-02-27T01:24:51.232-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวเมืองย่าโมทำบุญไหว้พระ 9 วัด'/><title type='text'>เที่ยวเมืองย่าโมทำบุญไหว้พระ 9 วัด</title><content type='html'>ทำบุญไหว้พระ 9 วัด ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยความเชื่อที่ว่า เลข 9 เป็นเลขนำโชค หมายถึง ความก้าวหน้า ซึ่งการเดินทางไปทำบุญในหลายวัดของชาวบ้านสมัยก่อนต้องเดินทางไกลผ่านป่าและ ภูเขา เพื่อพิสูจน์กำลังใจว่ามีความตั้งใจทำบุญอย่างแท้จริงหรือไม่ แต่ปัจจุบันเรามีพุทธศาสนสถานเกิดขึ้นหลายแห่ง ทั้งการบูรณาการจากประวัติศาสตร์ และการสร้างขึ้นใหม่ โดยแต่ละแห่งมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังเช่นที่จะพาทุกท่านท่องไปใน “เส้นทางศรัทธามหามงคลไหว้พระโคราช 9 มงคลสถาน 2 วิหารลานบุญ” เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ณ จังหวัดนครราชสีมา หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “โคราช”&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;เริ่มจากเส้นทางอำเภอปากช่อง จะได้กราบนมัสการ “พระพุทธสกลสีมามงคล” ณ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ด้วยการเดินขึ้นบันได 1,250 ขั้น เมื่อไปถึงด้านบนจะพบ     “พระพุทธสกลสีมามงคล” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อใหญ่” ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ใหญ่และสูงจากระดับพื้นดิน 112 เมตร ถือเป็นการเริ่มต้นของความเป็นสิริมงคลที่ยิ่งใหญ่กับการได้ขึ้นมากราบพระ พุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดและอยู่สูงที่สุดของจังหวัด&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;ถัดมาไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของ “วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร” พระอารามหลวงใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร วัดเดียวในจังหวัดนครราชสีมาที่เป็นพระอารามหลวงของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง มีความน่าสนใจที่องค์พระประธานในพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน   นามว่า “พระพุทธปฏิมากร” มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.50 เมตร ปางมารวิชัย ที่นี่สามารถ     ร่วมโครงการอบรมคุณธรรม-จริยธรรม และเดินขึ้นบันได 183 ขั้น เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาท&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;มาถึงความมหัศจรรย์ของสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ “ถ้ำแก้วสารพัดนึก” ที่ วัดถ้ำไตรรัตน์ ดินแดนแห่งมนุษย์ถ้ำ 4,000 ปี ตั้งอยู่ห่างจากฟาร์มโชคชัยประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นสถานที่พำนักของพระเกจิอาจารย์ดังหลายท่าน แต่หากอยากสั่งสมบุญอันเป็นกุศลอย่างสูงต้องแวะไปที่บ้านหนองกระเต็น เข้าร่วมโครงการฝึกปฏิบัติจิตอันเป็นกุศล สมทบทุนจัดสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ สมถวิปัสสนากรรมฐาน และ “หอคำหลวง” ในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ ประเทศ จากเส้นทางอำเภอปากช่องเข้าสู่อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน และอำเภอด่านขุนทด เราสามารถแวะชมอารย  ธรรมเก่าแก่ของมนุษย์โบราณได้ที่ วัดเลิศสวัสดิ์ (เขาจันทร์งาม) มีเรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจคือ เป็นแหล่งภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กว่า 4,000 ปี&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;เมื่อชมและภาคภูมิใจกับภาพเขียน สีโบราณต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การดูแลรักษาแล้ว เริ่มออกเดิน  ทางต่อไปชมความยิ่งใหญ่ของ อุทยานลานบุญมหาวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ริมถนนมิตรภาพ ในอำเภอสีคิ้ว ซึ่งมี “สรพงศ์ ชาตรี” เป็นประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ดำเนินการก่อสร้าง “หลวงปู่โต” พระขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 8 เมตร โดยรอบ ๆ จัดเป็นสวนหย่อมและภูมิทัศน์สวยงามร่มรื่นน่าพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังจัดบริการอาหาร เครื่องดื่มฟรีแก่ผู้ที่เข้ามากราบไหว้และทำบุญด้วย&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;ออกจากอำเภอสีคิ้วมาที่ อำเภอสูงเนิน เพื่อนมัสการ “พระหยกขาว” ปางเชียงแสน มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดวะภูแก้ว ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ การปฏิบัติภาวนา ยึดแนวทางของบูรพาจารย์ 3 องค์ คือ หลวงปู่เสาร์กันตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่สิงห์ อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นสุดยอด “อารยธรรมโบราณ” คือ การเดินทางมาย้อนรอยอารยธรรมขอมโบราณที่ยาวนานพร้อมกับศึกษาธรรม ณ วัดธรรมจักรเสมาราม ในอำเภอสูงเนิน วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์” หรือพระนอนหินทรายที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี มีอายุประมาณ 1,200 ปี ทั้งนี้การมาเยือนจังหวัดนครราชสีมาต้องไม่พลาดไปกราบนมัสการเกจิดังแห่งยุค ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ณ วัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด นอกจากเลื่องชื่อใน    พุทธคุณแล้วยังมีโบสถ์ที่สวยงามทั้งในเรื่องของวัสดุ ลวดลายแกะสลักและประโยชน์ใช้สอยที่เป็น  ทั้งโบสถ์และศาลาการเปรียญในศาสนสถานเดียวกัน&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;สุดท้ายที่อำเภอเมืองนครราชสีมา นมัสการ “อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี” หรือย่าโม แล้วไปชม วัดศาลาลอย ซึ่งมีประวัติศาสตร์น่ารำลึกถึง มีพระอุโบสถที่งดงามแปลกตา ด้านหน้าเป็นสระน้ำ มีศาลากลางสระ ภายในมีปูนปั้นรูปคุณหญิงโมนั่งพนมมือ ซึ่งเพลงโคราชที่ใครหลายคนได้ยินนั้น คือ เสียงเพลงของผู้ที่ขอพรไว้เมื่อประสบผลสำเร็จจะมาเปิดแก้บนถวายย่าโม และวัดสุดท้ายมาทำสมาธิปฏิบัติธรรมกันต่อ ณ วัดป่าสาลวัน มีบูรพาจารย์เจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่เก็บอัฐิของ บูรพาจารย์ทั้ง 5 องค์ ได้แก่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต, หลวงปู่เสาร์, หลวงปู่สิงห์, พระอาจารย์พร และหลวงพ่อพุธ ฐานิโย&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา กล่าวว่า บางสิ่งที่อยู่ใกล้จนเรามองข้ามกลับกลายเป็นบางอย่างที่อยู่ไกลจนเกินเอื้อม เช่นเดียวกับสถานที่บางแห่งที่เราผ่าน เคยได้ยินอยู่เป็นประจำแต่ไม่เคยเข้าไปเยี่ยมชม จึงมองไม่เห็นความยิ่งใหญ่สวยงามซ่อนอยู่ในสถานที่เหล่านั้น ดังเช่น ศาสนสถานต่าง ๆ นี้ นอกจากจะเป็นสถานที่แห่งความศรัทธาของผู้คนจำนวนมากแล้ว ยังรวมสถานที่อันสุดยอดของความยิ่งใหญ่ที่ผู้เข้าไปกราบไหว้เกิดความศรัทธา และภาคภูมิใจที่ได้มาเยือน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสั่งสมบุญกันกับเส้นทางบุญ ทางธรรม ทางใจ ไหว้พระที่โคราชนี้ เพราะถือเป็นศาสนสถานที่ทรงคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย. โดย ดำรง สุวรรณปักษ์&lt;br /&gt;ข้อความจาก www.news.mediathai.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-2109614901123585926?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2109614901123585926'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/2109614901123585926'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/02/9.html' title='เที่ยวเมืองย่าโมทำบุญไหว้พระ 9 วัด'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-5894191053035248860</id><published>2010-02-08T08:54:00.000-08:00</published><updated>2010-02-08T08:58:23.777-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หมี่โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีทำหมี่โคราช'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เครื่องปรุงหมี่โคราช'/><title type='text'>หมี่โคราช</title><content type='html'>&lt;strong&gt;“หมี่  โคราช”&lt;/strong&gt;  นี้เป็นอาหารพื้นเมืองโคราชแท้  ที่เมื่อใครหลายๆคนเดินทางมาโคราชแล้วไม่ได้กินหมี่โคราช  ก็เหมือนๆกับการไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วไม่ได้กิน ”ข้าวซอย”  “หมี่โคราช”  ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโคราช ที่ปัจจุบันมีผู้ผลิตเส้นหมี่อยู่หลายราย  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบบโบราณ  โดยเปลี่ยนไปเป็นการผลิตเส้นหมี่แบบโรงงานแล้ว  หรือแม้กระทั่งแม่ครัว-พ่อครัวผู้ปรุง “หมี่โคราช” แท้  ที่ไม่ได้แปลงไปเป็นผัดไท  ก็ยังมีอยู่  แต่ก็น้อยลงทุกวันที่จะสามารถปรุงหมี่โคราช  ได้ในรสชาติของ หมี่โคราชแท้  เพื่อสืบทอดตำนานอาหารพื้นเมืองโคราช หมี่เป็นอาหารมื้อกลางวันในชีวิตประจำวันของคนโคราช  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานบุญ  เช่น  งานโกนจุก  บวชนาค  แต่งงาน  หรืองานสมโภชอื่นๆ  ที่พอนึกหาอาหารอะไรไม่ออกเพราะทำยาก  ก็มักจะนึกถึง “คั่วหมี่”  หรือ “ผัดหมี่”    เพราะทำง่าย และเมื่อมีงานบุญอย่างนี้ก็มักจะมีเครื่องปรุงสำหรับ “คั่วหมี่” ได้อยู่แล้ว  เพิ่มแค่เพียงหาเส้นหมี่โคราชมาไว้  เครื่องปรุงหาได้ในงาน  สำหรับการผลิตเส้นหมี่จะผลิตในหมู่บ้านทั่วๆไป  แต่แหล่งผลิตสำคัญที่ทำเป็นอาชีพ  ส่งขายทั่วไป  ได้แก่  เส้นหมี่พิมาย  อำเภอพิมาย  เส้นหมี่กระโทก  อำเภอโชคชัย  เส้นหมี่ตะคุ  อำเภอปักธงชัย  เส้นหมี่กุดจิก  อำเภอสูงเนิน  เส้นหมี่จักราช  อำเภอจักราช  การทำเส้นหมี่ได้สืบทอดต่อกันมา  เป็นภูมิปัญญาในการพลิกแพลงอาหารจากแป้งได้เป็นอย่างดี  สำหรับภาชนะและอุปกรณ์ในการทำเส้นหมี่  ได้แก่  เตา  กระทะ  ปากหม้อทำจากสังกะสีแผ่น  ขดให้เป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับความยาวของเส้นหมี่  ในอดีตปากหม้อจะใช้หม้อดินขนาดใหญ่  ตัดเอาก้นออกแล้ววางบนกระทะ  ขนาดของเตากระทะและปากหม้อจะต้องพอดีกัน  ขึงผ้าขาวที่ปากหม้อ  มักใช้ผ้าขาวบาง  ขันอลูมิเนียม  โม่  ไม้แซะแผ่นหมี่  แผงไม้ไผ่สาน  มีดซอยหมี่หรือมีดตัดหมี่  ฟืนสำหรับเป็นเชื้อเพลิง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เครื่องปรุงหมี่โคราช&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; 1. หมี่โคราช 200 กรัม&lt;br /&gt; 2. กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ&lt;br /&gt; 3. หอมแดง 2 หัว&lt;br /&gt; 4. เนื้อหมู 100 กรัม&lt;br /&gt; 5. หมูสับ 100 กรัม&lt;br /&gt; 6. เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 8. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 9. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 10. พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 11. น้ำมะขามเปียกข้นๆ 3 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 12. น้ำสะอาด 1/4 ถ้วยตวง&lt;br /&gt; 13. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ&lt;br /&gt; 14. ต้นหอม ถั่วงอก &lt;br /&gt;&lt;strong&gt; วิธีทำหมี่โคราช&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; - โขลกหอมกระเทียม พริกแห้ง พอแหลก นำไปผัดใส่เต้าเจี้ยว น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วดำ น้ำปลา (ถ้าแห้งสามารถเติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย) จากนั้นใส่หมูสามชั้นที่ทอดแล้วลงไป ตามด้วยเส้นหมี่ ถ้าแห้งให้เติมน้ำเปล่าลงไป ผัดจนเส้นนุ่ม ใส่กุนเชียง ถั่วงอก ใบกุ้ยช่าย ชิมรสตามชอบ&lt;br /&gt;1ทำน้ำแกง ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป เจียวหอม และกระเทียมให้เหลือง ใส่เนื้อไก่ หรือเนื้อหมูลงไป ผัดพอสุก ใส่พริกป่นตามชอบ ใส่น้ำตาล เต้าเจี้ยว ซีอิ้วดำ แล้วใส่น้ำลงไป ประมาณว่า พอท่วมเส้นหมี่ ชิมรสเปรี้ยวหวาน ตามใจชอบ ตั้งทิ้งไว้ให้เดือด&lt;br /&gt;2หลังจากน้ำเดือดแล้ว ใส่เลนหมี่ลงไปในกระทะ ผัดไปเรื่อยๆ จนน้ำแห้ง เส้นหมี่จะนุ่มพอดี หากเส้นหมี่ยังไม่นิ่มพอ (อันอาจเกิดจาก ประมาณน้ำไม่ถูกต้อง) ให้เติมน้ำลงไปทีละน้อยๆ&lt;br /&gt;3พอหมี่เริ่มนุ่มจนได้ที่ ตอกไข่ใส่ลงไปไข่ทีละฟอง พลิกกลับไป กลับมา แล้วใส่ถั่วงอก -ใบกุ่ยช่ายลงไป ผัดจนสุก&lt;br /&gt;4ตักใส่จาน บีบมะนาว เสริฟได้ ถ้าชอบรสจัด ก็เติมน้ำตาล น้ำปลา มะนาว พริกป่น เพิ่มได้ หรื่อจะใส่ถั่วงอกสด กุยช่ายสด ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด&lt;br /&gt;ผัดหมี่โคราช เป็นหนึ่งในอาหารพื้นบ้านของเมืองย่าโม ที่หาทานได้ง่ายทั่วไป เพราะในสมัยก่อนเมืองโคราชมีการปลูกข้าวเจ้ามาก จึงมีการดัดแปลงข้าวมาทำเป็นเส้นหมี่ และเพื่อเป็นการถนอมอาหารอีกรูปหนึ่งแบบด้วย จากการนำเส้นหมี่ไปตากแห้ง แล้วเก็บไว้ทานในมื้อต่อๆไป ปัจจุบัน อาหารจานนี้ ก็ยังเป็นที่นิยมรับประทานกันอยู่อย่างแพร่หลายในจังหวัดนครราชสีมา เพราะ คนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน ผัดหมี่โคราช กับ ส้มตำ  ซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่รับประทานเข้ากันได้ดีทีเดียว ส้มตำเผ็ดๆ กับผัดหมี่ร้อนๆ  รสชาติอร่อยถูกใจคนโคราช  ถ้าใครได้ลองรับประทานต้องติดใจในรสชาติของหมี่โคราชที่เส้นเหนียวนุ่ม น่ารับประทาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-5894191053035248860?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5894191053035248860'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/5894191053035248860'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/02/blog-post.html' title='หมี่โคราช'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-283307757214239323</id><published>2010-01-07T09:15:00.000-08:00</published><updated>2010-01-07T09:21:18.984-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติอำเภอพิมาย'/><title type='text'>ประวัติอำเภอพิมาย</title><content type='html'>อําเภอพิมาย เป็นอําเภอทีมีขนาดใหญ่อาเภอหนึง เดิมมีชื่อเรียกว่า "อําเภอเมืองพิมาย" ซึ่งมีฐานะเป็นอําเภอ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ โดยมีขุนขจิตสารกรรม ตําแหน่งนายอําเภอคนแรกและนายทองสุข ปริธรรมมา ดํารงตําแหน่งนายอําเภอคนปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๔ สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๕ หรือ สมเด็จพันปีหลวง ได้เสด็จประพาสเมืองพิมาย&lt;br /&gt;และได้เสด็จพักผ่อนที่ไทรงาม คณะกรมการเมืองพิมายได้พร้อมกันรับเสด็จ โดยจัดสถานที่ประทับที่ลําน้ําตลาด ซึ่งเรียกว่า "วังเก่า" และได้ปรับปรุงถนนสายต่าง ๆ ในบริเวณที่ตั้งอําเภอ ให้สะอาดสวยงามเป็นจํานวนทั้งสิ้น ๖ สาย และได้ตั้งชื่อถนนเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ คือ ถนนจอมสุดาเสด็จ ถนนวนปรางค์ ถนนอนันทจินดา ถนนบูชายันต์ ถนนราชชนนี และถนนจวนเก่า ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ได้สร้างที่ว่าการอําเภอพิมาย บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือด้านใต้ของปราสาทหินพิมาย และทางราชการได้ติดคําว่า "เมือง" ออกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ และให้เรียกว่า “อําเภอพิมาย” จนถึงปัจจุบัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-283307757214239323?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/283307757214239323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/283307757214239323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/01/blog-post_07.html' title='ประวัติอำเภอพิมาย'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-6708695390381880305</id><published>2010-01-02T03:07:00.000-08:00</published><updated>2010-01-02T03:11:42.642-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สระบุรี - นครราชสีมา - สระแก้ว - จันทบุรี - ตราด'/><title type='text'>"บนเส้นทางความงามแห่งทิวทัศน์" สระบุรี - นครราชสีมา - สระแก้ว - จันทบุรี - ตราด</title><content type='html'>กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำคู่มือท่องเที่ยว "บนเส้นทางความงามแห่งทิวทัศน์" สระบุรี - นครราชสีมา - สระแก้ว - จันทบุรี - ตราด สำหรับนักท่องเที่ยวและคู่รักเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเดินทางสู่เส้นทางสายโรมแมนติคแสนประทับใจ&lt;br /&gt;คู่มือท่องเที่ยวเล่มนี้ประกอบด้วยเนื้อหา รายละเอียดของเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมต่าง ๆ ฯลฯ พร้อมภาพสวยงาม แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติสำหรับผู้ที่มีเวลาเดินทางอย่างน้อย 3 - 4 วัน เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อจากเมืองหลวงสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี ชมผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่-ดงพญาเย็น ในเขต จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระแก้ว  แล้วลัดเลาะออกสู่เขตจังหวัดผืนป่าตะวันออกใน จ.จันทบุรี และสิ้นสุดชายแดนไทยที่ จ.ตราด วกกลับเข้าเมืองหลวง ด้วยทางมอร์เตอร์เวย์ จะได้สัมผัสครบทั้งทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ ผืนป่า สายน้ำตกกว้าง และท้องทะเลสวย&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก:www.thai.tourismthailand.org&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-6708695390381880305?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/6708695390381880305'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/6708695390381880305'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='&quot;บนเส้นทางความงามแห่งทิวทัศน์&quot; สระบุรี - นครราชสีมา - สระแก้ว - จันทบุรี - ตราด'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8249237082893139984</id><published>2009-11-26T03:36:00.000-08:00</published><updated>2009-11-26T03:45:58.024-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราชรับลมหนาว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เที่ยวโคราช'/><title type='text'>เที่ยวโคราชรับลมหนาว</title><content type='html'>นครราชสีมา หรือ โคราช ดินแดนที่ราบสูงที่เป็นประตูสู่อีสาน มีทรัพยาการการท่องเที่ยวมากมาย และมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่สร้างสีสันความสุขสนุกสนานให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว จังหวัดนครราชสีมาจัดกิจกรรมท้าลมหนาวมากมายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปถึงต้นปีหน้า และยังมีการรณรงค์ให้โคราชเป็นเมืองแห่งคาวบอยตะวันตก โรงแรมรีสอร์ทที่ปากช่อง - เขาใหญ่ ต่างจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวตลอดเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายหลากหลายรูปแบบให้เลือกเที่ยวในทุกช่วงเวลา ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Pakchong Cowboy Festival&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;จัดทุกวันเสาร์ตลอดเดือนพฤศจิกายน - เดือนธันวาคม ทุกปี ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;ตื่นตากับเหล่าคาวบอยตะวันตก ที่ชาวอำเภอปากช่องต่างแต้มสีสันในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ การแสดง การเนรมิตเมืองปากช่องให้เป็นเมืองคาวบอยตะวันตก โดยความร่วมมือของผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงพื้นที่ของเทศบาลเมืองปากช่อง ดูรายละเอียดที่ www.pakchongcowboyfestival.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เทศกาลเที่ยวพิมาย &lt;/strong&gt;วันเสาร์ที่2 ของเดือนพฤศจิกายน ทุกปี ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย บริเวณลานพรหมทัต และลำน้ำจักราช อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;ชมการแสดงประกอบ แสง เสียง วิมายนาฏการ ในชุด “นิรมิตกรรมเหนือลำน้ำมูล” โดยการเล่าเรื่องราวผ่านท่วงท่าการร่ายรำจากภาพจำหลักผสานกับความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถูกถ่ายทอดเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่สุดอลังการ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ณ ลำน้ำจักราชและลำน้ำมูล ที่ตรงและยาวที่สุดของประเทศไทย อีกทั้งกิจกรรมการประกวดแมวโคราชที่เป็นเอกลักษณ์ การแสดงโขน จากกรมศิลปากร การแสดงศิลปวัฒนธรรมโดยกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน และการประกวดอาหารที่มีชื่อเสียงของอำเภอพิมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;งานเกษตรแฟร์ปากช่อง &lt;/strong&gt;เดือนพฤศจิกายน ทุกปี ณ ไร่สุวรรณ (ไร่ข้าวโพด) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;นิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ กว่า 30 หน่วยงาน การแสดงและจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงของอำเภอปากช่อง การประกวดวาดภาพ กิจกรรมการแสดงของนักเรียน การแข่งขันมหัศจรรย์การปลูกข้าวโพด การแข่งขันการตอบปัญหาทางการเกษตร การแข่งขันการจัดกระเช้าของฝาก กิจกรรม คั่ว ต้ม นม ที่รอการค้นหาคำตอบของนักท่องเที่ยว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;งานเทศกาลอาหารย่างโคราช Korat’s Grilled Food Festival &lt;/strong&gt; เดือนพฤศจิกายน ทุกปี ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;ชมขบวนพาเหรดแฟนซีสไตล์คาวบอยสุดอลังการ การแสดงคาวบอยโชว์ การแสดงดนตรีสไตล์คันทรี่ การแสดงโปงลางแชมป์ประเทศไทย และศิลปินชื่อดังมากมาย อร่อยเต็มคำอาหารย้อนยุค “กินเข่าค่ำ” ดื่มด่ำกับการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวด์ และ ลิ้มรสอาหารย่างหลากชนิด หลายสไตล์ของเมืองโคราช เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ของฝากจากวิสาหกิจชุมชนระดับ 5 ดาว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Thailand International Balloon Festival &lt;/strong&gt;เดือนธันวาคม ทุกปี ณ กองพันสุนัขทหาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;ชมพาเหรดบอลลูนยักษ์กว่า 60 ลูกจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิเช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมันนี ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ค สวีเดน เดนมาร์ค เนเธอร์แลนด์ เซ้าท์แอฟริกา และมาเลเซีย เพื่อการแต่งแต้มท้องฟ้าสีครามเหนืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง ให้เต็มไปด้วยสีสันที่จะสร้างความประทับใจอย่างมิรู้ลืม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;งานเทศกาลผ้าไหมปักธงชัย และของดีเมืองโคราช&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เดือนธันวาคม ของทุกปี ณ ลานเอนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;พบกับการแสดงแฟชั่นผ้าไหมจากนายและนางแบบแถวหน้าของประเทศไทย การประกวดผ้าไหม การประกวดธิดาไหม การแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีเมืองโคราช การแสดงมหรสพตลอดการจัดงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เดือนมกราคม ของทุกปี ณ บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา &lt;br /&gt;ชมการสาธิตการปลูกเบญจมาศ แปลงดอกเบญจมาศหลากสี แปลงพืชผักเมืองหนาว การเพาะเห็ดหอม และการแสดงบนเวทีต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &lt;br /&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3030, 0 4421 3666 www.tourismthailand.org/nakhonratchasima &lt;br /&gt;E – Mail : tatsima@tat.or.th&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8249237082893139984?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8249237082893139984'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8249237082893139984'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/11/blog-post.html' title='เที่ยวโคราชรับลมหนาว'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4847716440011620356</id><published>2009-07-14T05:57:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:46:30.195-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์'/><title type='text'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์</title><content type='html'>รัชกาลที่ ๑ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงจัดการปกครองหัวเมืองทางแผ่นดินสูงตอนริมแม่น้ำโขงเป็นประเทศราช ๓ เมือง คือ เมืองเวียงจันทร์ เมืองนครพนม และเมืองนครจำปาศักดิ์ ให้เมืองนครราชสีมาปกครองเมืองเขมรป่าดงและหัวเมืองดอนที่ไม่ได้ขึ้นต่อประเทศราชทั้ง ๓ นั้น และกำกับตรวจตราเมืองประเทศราช เหล่านั้นด้วย แล้วยกฐานะเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองชั้นเอก ผู้สำเร็จราชการเมืองมียศเป็นเจ้าพระยาเจ้าพระนครราชสีมา คนแรก ชื่อเดิมคือ ปิ่น ณ ราชสีมา และในรัชกาลนี้ เมืองนครราชสีมาได้นำช้างเผือก ๒ เชือก ที่คล้องได้ในเขตเมืองภูเขียวขึ้นน้อมเกล้าถวายและได้โปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นระวางเป็นพระอินทรไอยราและ พระเทพกุญชรช้าง ซึ่งเสาที่ผูกช้างเผือกเพื่อส่งเข้าเมืองนครราชสีมายังคงเก็บรักษาไว้ในศาลเจ้าพ่อช้างเผือก อยู่ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามโรงเรียนสุรนารีวิทยา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๒ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน พ.ศ. ๒๓๖๒ มีข่าคนหนึ่งชื่อ อ้ายสาเกียดโง้ง ตั้งตัวเป็นผู้วิเศษขึ้นที่เมือสลวันทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมรวบสมัครพรรคพวกได้หลายพัน ยกทัพมาตีเมืองนครจำปาศักดิ์ เจ้านครจำปาศักดิ์ (หมาน้อย) สู้ไม่ได้ต้องทิ้งเมืองหนีมา รัชกาลที่ ๒ จึงให้พระยานครราชสีมายกกองทัพออกไปปราบปราม และสั่งเจ้าอนุแต่งกองทัพเมืองเวียงจันทน์ลงมาช่วยปราบปรามด้วยอีกพวกหนึ่ง เจ้าอนุจึงให้ราชบุตร (โย้) ซึ่งเป็นบุตรคุมกองทัพไปถึงเมืองจำปาศักดิ์ก่อนกองทัพ เจ้าพระยานครราชสีมา เจ้าราชบุตรรบชนะพวกขบถจับได้ตัวอ้ายสาเกียดโง้งกับพรรคพวกเป็นอันมาก ส่งเข้ามาถวายยังกรุงเทพฯ เมื่อเสร็จจากการปราบขบถครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งเจ้าราชบุตร (โย้) ให้เป็นเจ้าครองนครจำปาศักดิ์ และทรงไว้วางพระราชหฤทัยในเจ้าอนุ เจ้าอนุจึงมีอำนาจตลอดลำแม่น้ำโขงลงมาจนถึงฝ่ายใต้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๓ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ.ศ. ๒๓๖๕ เจ้าพระยากำแหงสงครามรามภักดี ซึ่งเป็นเจ้าเมืองนครราชสีมา ได้กราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ ขุนภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองชัยภูมิเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุรุทธราช (เจ้าอนุวงศ์) ผู้ครองนครเวียงจันทน์ ได้ขอครอบครัวลาวที่เมืองสระบุรีซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเวียงจันทน์ ในคราวสงครามครั้งที่ได้พระพุทธปฏิมากรแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ ณ กรุงธนบุรีนั้น เมื่อไม่ ได้ดังประสงค์ก็ก่อการกบฏโดยยกกองทัพจะลงมาตีกรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าอนุยกกองทัพมาถึงเมืองนครราชสีมาและเข้าโจมตีเมืองนั้น พระยาปลัด (พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ทศทิศวิชัย) ผู้รักษาเมืองไม่อยู่ เพราะไปปราบการจราจลที่เมืองขุขันธ์ &lt;br /&gt;กองทหารของเจ้าอนุจึงตีเมืองนครราชสีมาได้โดยง่ายและ กวาดต้อนกรมการเมือง ตลอดจนพลเมืองทั้งชายหญิงไปเป็เชลย เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๓๖๙ ในระหว่างการเดินทางคุณหญิงโมภรรยาพระปลัด ได้คิดอุบายกับกรมการเมืองให้ชาวบ้านเชื่อฟังทหารผู้ควบคุม แกล้งทำกลัวเกรงและประจบเอาใจจนทหารของเจ้าอนุตลอดจนเพี้ยรามพิชัย ซึ่งเป็นผู้ควบ คุมให้ความไว้วางใจและพยายามถ่วงเวลาในการเดินทาง แล้วลอบส่งข่าวถึงเจ้าเมืองนครราชสีมา เจ้าพระยากำแหงสงครามรามภักดี (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) และพระยาปลัด จนกระทั่งเดินทางมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์แขวงเมืองพิมาย ได้พักตั้งค่ายค้างคืนอยู่ ณ ที่นั้น คุณหญิงโมได้ออกอุบายให้ชาวเมืองนำอาหารและสุรา ไปเลี้ยงดูผู้ควบคุมอย่างเต็มที่ จนทหารต่างก็เมามายไม่ได้สติ หมดความระมัดระวัง พอตกดึกก็พร้อมกันจับอาวุธไล่ฆ่าทหารเวียงจันทน์ตายเป็นจำนวนมาก แล้วหาชัยภูมิตั้งมั่นอยู่ ณ ที่นั้น เจ้าอนุทราบข่าวก็ให้เจ้าสุทธิสาร (โป้) บุตรคนใหญ่คุมกำลังทหารเดินเท้าประมาณ ๓,๒๐๐ คน และทหารม้าประมาณ ๔,๐๐๐ คน รีบรุดมาทำการปราบปรามทำการต่อสู้รบกันถึงตลุมบอน แต่คุณหญิงโมก็จัดขบวนทัพ กรมการผู้ใหญ่คุมพลผู้ชาย ตัวคุณหญิงโมคุมพลผู้หญิงออกตี กองทัพพวก เวียงจันทน์แตกยับเยิน พอดีเจ้าอนุได้ข่าวว่ากองทัพจากกรุงเทพฯ ยกขึ้นมาช่วยชาวเมืองนครราชสีมา จึงต้องรีบถอนกำลังออกจากเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๓๖๙ วีรกรรมที่คุณหญิงโมได้ประกอบขึ้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์ครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาคุณ หญิงโมดำรงฐานันดรศักดิ์ เป็นท้าวสุรนารี &lt;br /&gt;และพระราชทานเครื่องยศทองคำประดับเกียรติดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ถาดทองคำใส่เชี่ยนหมาก ๑ ใบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- จอกหมากทองคำ ๑ คู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ตลับทองคำ ๓ เถา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เต้าปูนทองคำ ๑ อัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- คณโฑทองคำ ๑ ใบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ขันน้ำทองคำ ๑ ใบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี พ.ศ. ๒๓๗๖ กองทัพนครราชสีมาได้เป็นกำลังสำคัญในการทำสงครามกับญวนในดินแดนเขมร เพื่อขับไล่ญวนออกจากเขมร เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) ได้ร่วมกับเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ทำการรบด้วยความสามารถ ปี พ.ศ. ๒๓๗๗ เจ้าพระยานครราชสีมาได้นำช้าง พลายเผือกหางดำ ขึ้นน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโปรดเกล้า ฯ ให้สมโภชขึ้นระวางเป็น พระยามงคลนาดินทร์ ปี พ.ศ. ๒๓๘๐ โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยานครราชสีมาทำนุบำรุงเมืองพระตะบองให้มั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยนำชาวเมืองนครราชสีมาจำนวน ๒,๐๐๐ คน ไปปฎิบัติงานด้วยความเรียบร้อย ปี พ.ศ. ๒๓๘๓ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) พร้อมด้วยบุตร (พระยาภักดีนุชิต) คุมกำลังพลไปปรามกบฏนักองค์อิ่มที่เมืองพระตะบอง เพราะนักองค์อิ่มได้ปกครองเมืองพระตะบองแทนพระยาอภัยภูเบศร์ แล้วคิดกบฏไปฝักใฝ่กับญวณ โดยจับกุมกรรมการเมืองพระตะบอง รวมทั้งน้องชายของ เจ้าพระยา นครราชสีมา (พระยาราชานุชิต) และกวาดต้อนครอบครัวหนีไป ทัพจากนครราชสีมาขับเคี่ยว จนถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๖ เจ้าพระยานครราชสีมาได้ล้มป่วย จึงกลับมาพักรักษาตัวที่เมืองนครราชสีมา ทำให้การรบยืดเยื้อต่อไปอีก ซึ่งการทำสงครามกับญวนนี้ เมืองนครราชสีมาเป็นกำลังสำคัญของราชการทัพมาโดยตลอด ปี พ.ศ. ๒๓๘๗ เมืองนครราชสีมาได้นำช้างพลาย ๓ เชือก น้อมเกล้าถวายรัชกาลที่ ๓ คือ พลายบาน พลายเยียว พลายแลม ปี พ.ศ. ๒๓๘๘ ได้นำช้างพลาย ๒ เชือก น้อมเกล้าถวายรัชกาลที่ ๓ อีกครั้ง คือ พลายอุเทน และพลายสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๔ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมืองนครราชสีมามีความเจริญมากขึ้น เป็นศูนย์กลางการค้าขายของหัวเมืองทางตะวันออก เพราะมีสินค้าที่พ่อค้าต้องการมาก เช่น หนังสัตว์ เขาสัตว์ นอแรด งา และไหม พวกพ่อค้าเดินทางมาซื้อสินค้าเหล่านี้แล้วส่งไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯ &lt;br /&gt;และซื้อสินค้าจากกรุงเทพฯ มาจำหน่ายในหัวเมืองตะวันออก โดยตลาดกลางอยู่ที่เมืองนครราชสีมาในรัชกาลนี้ ทรงปรารภว่าควรจะมีราชธานีห่างทะเลไว้อีกสัก ๑ แห่งทรงพระราชดำริว่าควรเป็นเมืองนครราชสีมา จึงโปรดเกล้า ให้พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปทรงตรวจภูมิประเทศ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ สมุหพระกลาโหมเมื่อได้ทรงตรวจพิจารณาแล้ว ทรงเห็นว่ายังไม่เหมาะสม เพราะเมืองนครราชสีมาอัตคัตน้ำและการคมนาคมก็ยังลำบาก รัชกาลที่ ๔ จึงทรงเปลี่ยนพระทัยมาสร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรีแทน และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกราบทูลขอให้เปลี่ยนนามการเรียกดงพระยาไฟเสียใหม่ว่าดงพระยาเย็น เพื่อไม่ให้คนครั่นคร้ามหรือไม่กล้า เดินทางผ่านเข้าไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๕ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๑๗ พวกฮ่อได้เข้ามารุกรานเมืองหนองคายหลายครั้ง และเมืองนครราชสีมาก็เป็นกำลังสำคัญ ในการจัดกำลังทัพ ไปปราบฮ่อ ส่วนวิธีการปกครองเมืองนครราชสีมา ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อ ร.ศ. ๑๑๐ (พ.ศ. &lt;br /&gt;๒๔๓๔) โดยโปรดฯ ให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูงเป็น ๓ มณฑล คือ &lt;br /&gt;๑. มณฑลลาวพวน มี เมืองหนองคายเป็นที่ว่าการมณฑล &lt;br /&gt;๒. มณฑลลาวกาว มี เมืองนครจำปาศักดิ์เป็นที่ว่าการมณฑล &lt;br /&gt;๓. มณฑลลาวกลาง มี เมืองนครราชสีมาเป็นที่ว่าการมณฑล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับมณฑลลาวกลางนั้นมีกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เป็นข้าหลวงใหญ่ ต่อมาเมื่อได้จัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาบทั่วทั้งพระราชอาณาเขต ให้เปลี่ยนนามมณฑล ทั้ง ๓ เสียใหม่ คือ มณฑลลาวพวน เป็น มณฑลอุดร , มณฑลลาวกาว เป็น มณฑลร้อยเอ็ด และมณฑลอุบล มณฑลลาวกลาง เป็นมณฑลนครราชสีมา เหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองนครราชสีมาในรัชกาลที่ ๕ นี้ คือ&lt;br /&gt;ในด้านการคมนาคม ได้มีการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา ใน พ.ศ. ๒๔๓๔ ซึ่งเป็นทางรถไฟของรัฐบาลสายแรก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเปิดทางรถไฟเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเมืองนครราชสีมาจนเท่าทุกวันนี้ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๗ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมงกุฏราชกุมาร ได้เสด็จตรวจราชการมณฑลนครราชสีมา และต่อมาได้มีการทดลอง การเกณฑ์ทหาร แบบใหม่ที่มณฑลนครราชสีมาเป็นแห่งแรก ปรากฏว่าได้ผลดีจึงขยายไปยังมณฑลอื่น ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๖ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระพันปีหลวง (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ) เสด็จกรมทหารม้าที่ ๕ ที่มณฑลนครราชสีมาและทรงรับตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารม้าที่ ๕ มณฑลนครราชสีมา ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาธิการทหารบก เสด็จตรวจราชการทหารที่มณฑลนครราชสีมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชกาลที่ ๙ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งแรก และได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมพสกนิกรชาวเมืองนครราชสีมาอีกหลายครั้ง เช่น เสด็จทอด พระเนตรการเรียนการสอนหลักสูตรมัธยมแบบประสมที่โรงเรียนสุรนารีวิทยา , เสด็จทำพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนบุญวัฒนา เป็นต้น ยังความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวนครราชสีมาเป็นล้นพ้น &lt;br /&gt;หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526 &lt;br /&gt;http://www.nakhonratchasima.go.th/nakhonrat&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4847716440011620356?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4847716440011620356'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4847716440011620356'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/07/blog-post_7489.html' title='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-739886415009835223</id><published>2009-07-14T05:56:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:46:49.912-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงธนบุรี'/><title type='text'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงธนบุรี</title><content type='html'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงธนบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าข้าศึกในวันอังคารขึ้น ๙ ค่ำ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ สิ้นพระราชวงศ์ที่จะปกครองพระราอาณาจักร บ้านเมืองเกิดเป็นจลาจล ผู้มีกำลังฝีมือหวังจะเป็นใหญ่ในประเทศไทยต่อไปก็คิดตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้า มีรวมด้วยกัน ๕ ชุมนุม คือ ชุมนุมที่ ๑ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ลงไปตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ที่เมืองจันทบุรี มีหัวเมืองอยู่ในอำนาจตั้งแต่ชายแดนกรุงกัมพูชา ขึ้นมาจนถึงเมืองชลบุรี เมื่อถึงข้างขึ้น เดือน ๑๒ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ ได้ยกกองทัพเรือขึ้นมาโจมตีทหาร พม่า ซึ่งรักษาอยู่ที่เมืองธนบุรีกับค่ายโพธิ์สามต้นที่พระนครศรีอยุธยา &lt;br /&gt;พม่าพ่ายแพ้จนหมดสิ้น แล้วปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งเมืองธนบุรีเป็นราชธานี ชุมนุมที่ ๒ เจ้าพระยพิษณุโลก (เรือง) ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่เมืองพิษณุโลก มีอำนาจปกครองตั้งแต่เมืองพิชัยลงมาจนถึงเมืองนครสวรรค์ ชุมนุมที่ ๓ พระสังฆราชา (เรือน) อยู่ที่วัดพระฝางเมืองสวางคบุรี (ปัจจุบันเป็นอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์) ตั้งตัวเป็นใหญ่ขึ้นเรียกว่า เจ้าพระฝาง มีอำนาจปกครองหัวเมืองที่อยู่เหนือเมืองพิชัยและติดต่อกับแพร่ น่าน หลวงพระบาง ชุมนุมที่ ๔ พระปลัด (เข้าใจกันว่าชื่อหนู) ผู้รั้งเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่เมืองนครศรีธรรมราชเรียกกันว่าเจ้านคร มีอำนาจปกครองหัวเมืองที่ติดต่อกับชายแดนมลายูขึ้นมาจนเมืองชุมพร ชุมนุมที่ ๕ กรมหมื่นเทพพิพิธ ซึ่งพระพิมายคุมไว้ที่เมืองพิมาย และยกขึ้นเป็นใหญ่ ณ ที่เมืองนั้น เรียกว่าเจ้าพิมาย มีอำนาจปกครองตลอดอาณาเขตของ นครราชสีมา เช่น เมืองจันทึก ปักธงชัย บุรีรัมย์ พุทไธสง ชัยภูมิ และภูเขียว เป็นต้นเมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีชัยขับไล่พวกพม่าไปจากพระนครศรีอยุธยา และมาตั้งเมือง ธนบุรีเป็นราชธานีเรียบร้อยแล้วก็ทรงเริ่มปราบปราม ชุมนุมอิสระทั้ง ๔ ดังกล่าวมา โดยยกกองทัพไปตีเมืองพิษณุโลก เมื่อฤดูน้ำ ปีชวด พ.ศ. ๒๓๑๑ แต่ไปถูกอาวุธข้าศึกต้องล่าถอยกลับมา พอมาถึงฤดูแล้งในปีชวดนั้น ก็ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองนครราชสีมา กองทัพกรุงธนบรีที่ยกไปครั้งนี้แบ่งเป็น ๒ กองทัพ กองทัพที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จคุมไปเอง ยกขึ้นไปทางดงพระยาไฟ เข้าตีทางด้านตะวันตกทางหนึ่ง ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อยังเป็นพระมหามนตรีคุมกองทัพขึ้นไปทางช่องเรือแตก (เข้าใจว่าช่องสะแกราช) เข้าตีทางด้านใต้ทางหนึ่ง ฝ่ายเจ้าพิมายให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราช การแผ่นดิน (คือพระพิมาย) เป็นแม่ทัพใหญ่ให้มองย่าปลัดทัพพม่าที่หนีสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไปจากพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ปรึกษา คุมกองทัพมาต่อสู้รักษาเขต แดน ครั้งนั้นกำลังรี้พลของเจ้าพิมายเห็นจะมีน้อยไม่พอรักษาป้อมปราการเอาเมืองนครราชสีมาเป็นที่มั่น จึงปรากฏว่ากองทัพเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์มาตั้งค่ายสกัดทาง อยู่ที่ด่านจอหอ ข้างเหนือเมืองนครราชสีมาแห่งหนึ่งแล้วให้บุตรซึ่งเป็นที่พระยาวรวงศาธิราชคุมกองทัพมาตั้งค่ายสกัดทางอยู่ (เวลานี้คือ อำเภอโชคชัย) ข้างใต้เมืองนครราชสีมาอีกแห่งหนึ่ง กองทัพสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีตีได้ด่านจอหอ จับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ได้ กองทัพพระมหามนตรีและพระราชวรินทร์ตีค่ายด่านกระโทกแตก พระยาวรวงศาธิราช หนีไปทางเมืองเขมรต่ำ กองทัพพระมหามนตรีกับพระราชวรินทร์ตามไปตีได้เมืองเสียมราฐอีกเมืองหนึ่ง เจ้าพิมายรู้ว่ากองทัพเสียทีก็หลบหนี หมายจะไปอาศัยเมืองเวียงจันทน์ แต่ขุนชนะกรมการเมืองนครราชสีมา ตามจับมาถวายสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบรีได้ จึงทรงตั้งให้ขุนชนะเป็นพระยานครราชสีมา (ต้นสกุล กาญจนาคม) แต่นั้นก็ได้เมืองนครราชสีมามาเป็นเมืองขึ้นกรุงธนบุรี แต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ยังต้องทำการปราบปรามพวกที่ตั้งเป็นอิสระอื่น ๆ เมื่อปราบปรามได้หมดแล้วยังต้องรบกับพม่า &lt;br /&gt;ต่อมาอีกหลายปีจึงมิได้จัดวางรูปการปกครองเมืองนครราชสีมาให้เป็นเขื่อนขัณฑ์มั่งคง เพราะเหตุนั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๘ เวลากรุงธนบุรีกำลังติดพัน รบพุ่งกับพม่า คราวอะแซหวุ่นกี้มาตีเมืองเหนือ พระยานางรอง เจ้าเมืองนางรอง อันเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมา ไม่ชอบกับพระยานครราชสีมาแต่เดิม เห็นได้ทีจึงเอาเมืองไปขอขึ้นต่อเจ้าโอ ซึ่งครองเมืองจำปาศักดิ์เป็นอิสระอยู่ในสมัยนั้น ฝ่ายเจ้าโอคาดว่าไทยคงสู้พม่าไม่ได้ก็รับไว้ พระยานางรองก็ตั้งแข็งเมือง ไม่ยอมขึ้นต่อเมืองนครราชสีมา ครั้นพม่าถอยทัพไปแล้ว สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อยังดำรงพระยศเป็นพระยาจักรี เสด็จไปปราบปรามเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๙ เจ้าพระยาจักรียกกองทัพไปยังเมืองนครราชสีมา &lt;br /&gt;แล้วให้กองหน้าไปจับได้ตัวพระยานางรองมาชำระความ จึงทราบว่าเจ้าเมืองจำปาศักดิ์ กำลังเตรียมกองทัพ จึงบอกเข้ามายังกรุงธนบุรี จะขอไปตีเมืองจำปาศักดิ์ต่อไป สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เมื่อยังดำรงยศ เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกกองทัพหนุนเข้าไปอีกทัพหนึ่ง เจ้าพระยาทั้งสองยกกองทัพไปตีได้เมืองนครจำปาศักดิ์และหัวเมืองทางฟาก แม่น้ำโขงฝั่งซ้ายจนถึงเมืองอัตบือ ได้หัวเมืองทางริมแม่น้ำโขงข้างใต้ตลอดจนต่อแดนกรุงกัมพูชา &lt;br /&gt;ซึ่งเวลานั้นเป็นประเทศราชขึ้นต่อกรุงธนบุรีอยู่ ได้ไปเกลี้ยกล่อมหัวเมืองเขมรป่าดง คือ เมืองตะลุง เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ เมืองขุขันธ์ ก็ยอมสวามิภักดิ์ขึ้นต่อไทยทั้ง ๓ เมือง ในครั้งนั้นราชอาณาเขตกรุงธนบุรีขยายต่อออกไปตลอดแผ่นดินสูงใน ตอนข้างฝ่ายใต้ เมืองนครราชสีมาได้ปกครองบังคับบัญชาเหล่าหัวเมืองที่ได้ใหม่ เมืองนครราชสีมาจึงเป็นเมืองสำคัญยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-739886415009835223?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/739886415009835223'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/739886415009835223'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/07/blog-post_492.html' title='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงธนบุรี'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-955777790400036840</id><published>2009-07-14T05:55:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:47:15.724-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงศรีอยุธยา'/><title type='text'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงศรีอยุธยา</title><content type='html'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยกรุงศรีอยุธยา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. ๒๑๙๙-๒๒๓๑) โปรดให้สร้างเมืองสำคัญที่อยู่ชายแดนให้มีป้อม ปราการ สำหรับป้องกัน รักษาราชอาณาจักรหลายเมือง เช่นนครศรีธรรมราช พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เป็นต้น &lt;br /&gt;จึงให้ย้ายเมืองที่ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน มาสร้างเป็นเมืองมีป้อมปราการ คือ เมืองเสมา กับ เมืองโคราฆะปุระ มาผูกเป็นนามเมืองใหม่ เรียกว่า เมืองนครราชสีมา แต่คนทั้งหลายคงยังเรียกชื่อเมืองเดิมติดปากอยู่ จึงมักเรียกกันทั่วไปว่า เมืองโคราช เมืองนี้กำแพงก่อด้วยอิฐมีใบเสมาเรียงรายตลอดมีป้อมตามกำแพงเมือง ๑๕ ป้อม ประตู ๔ ประตู สร้างด้วยศิลาแลงมีชื่อดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางทิศเหนือชื่อประตูพลแสน นัยหนึ่งเรียกประตูน้ำ &lt;br /&gt;ทางทิศใต้ชื่อประตูไชยณรงค์ นัยหนึ่งเรียกประตูผี &lt;br /&gt;ทางทิศตะวันออกชื่อประตูพลล้าน นัยหนึ่งเรียกประตูตะวันออก &lt;br /&gt;ทางทิศตะวันตกชื่อประตูชุมพล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประตูเมืองทั้ง ๔ แห่งนี้มีหอรักษาการอยู่ข้างบนทำเป็นรูปเรือน (คฤห) หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา มีช่อฟ้าใบระกาเหมือนกันทุกแห่ง แต่ปัจจุบันคงเหลือรักษาไว้เป็นแบบอย่างแห่งเดียวเท่านั้น คือประตูชุมพล ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีสงวนรักษาไว้เป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ นอกนั้นทั้งประตูและกำแพงเมืองได้ถูกรื้อสูญหมดแล้วในหนังสือเที่ยวตามทางรถไฟพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรง-ราชานุภาพ เล่าถึงตำนานเมืองว่า ในทำเนียบครั้งแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ เมืองนครราชสีมา มีเมืองขึ้น ๕ เมือง คือ &lt;br /&gt;เมืองนครจันทึก อยู่ทางทิศตะวันตก เมือง ๑ เมืองชัยภูมิ อยู่ทางทิศเหนือ เมือง ๑ เมืองพิมายอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เมือง ๑ เมืองนางรอง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เมือง ๑ต่อมาตั้งเมืองเพิ่มขึ้นอีก ๙ เมือง คือ ทางทิศเหนือ ตั้งเมืองบำเหน็จณรงค์ ๑ เมืองจตุรัส ๑ เมืองเกษตรสมบูรณ์ ๑ เมืองภูเขียว ๑ เมืองชนบท ๑ เมือง รวม ๕ เมือง&lt;br /&gt;ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งเมืองพุทไธสง ๑ เมือง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตั้งเมืองประโคนชัย ๑ เมือง&lt;br /&gt;รัตนบุรี ๑ เมืองทางทิศใต้ ตั้งเมืองปักธงชัย ๑ เมือง เมืองนครราชสีมาจึงมีเมืองขึ้น ๑๔ เมืองด้วยกัน เมื่อสร้างเมืองใหม่ในครั้งนั้น สมเด็จพระนารายณ์ทรงเลือกสรรข้าราชการที่เป็นคนสำคัญออกไปครอง &lt;br /&gt;ปรากฏว่าโปรดให้พระยายมราช (สังข์) ไปครองเมืองนครราชสีมา พร้อมกับโปรดให้พระยารามเดโช ไปครองเมืองนครศรีธรรมราช ส่วนเมืองอื่นหาปรากฏนามผู้ไปครองเมืองไม่ ครั้นสมเด็จพระนารายณ์ สวรรคต เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๑ พระเพทราชาได้ราชสมบัติ พระยายมราชและพระยารามเดโช ไม่ยอมเป็นข้าพระเพทราชาต่างตั้งแข็งเมืองนครราชสีมาและเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นด้วยกัน กองทัพกรุงศรีอยุธยาจึงยกขึ้นไปทางดงพระยาไฟ พระยายมราชต่อสู้รักษาเมืองนครราชสีมา อยู่ได้พักหนึ่ง แต่สิ้นกำลังต้องหนีไปอยู่กับพระยารามเดโช ณ เมืองนครศรีธรรมราช ครั้งกองทัพกรุง ฯ ลงไปตีเมืองนครราชสีมาได้ในครั้งพระยายมราช (สังข์) ตั้งแข็งเมืองนั้น คงกวาดต้อนผู้คนและเก็บเครื่องศัตราวุธ ซึ่งมีไว้สำหรับรักษา เมืองนำมาเสียโดยมาก โดยหวังจะมิให้มีผู้คิดแข็งเมืองได้อีก &lt;br /&gt;ต่อมาในรัชกาลนั้นเอง มีลาวชาวหัวเมืองตะวันออกคนหนึ่ง ชื่อบุญกว้าง ตั้งตัวเป็นผู้วิเศษกับพรรคพวกเพียง ๒๓ คน กล้าเข้ามาถึงเมืองนครราชสีมา พักอยู่ที่ศาลาแห่งหนึ่งนอกเมือง แล้วให้พระยานครราชสีมาคนใหม่ออกไป &lt;br /&gt;พระยานครราชสีมาขี่ช้างออกไป (เดิมเห็นจะตั้งใจออกไปจับ) ครั้นถูกอ้ายบุญกว้างขู่ พระยานครราชสีมากลับครั่นคร้าม (คงเป็นเพราะพวกไพร่พลพากันเชื่อวิชาอ้ายบุญกว้าง) เห็นหนีไม่พ้นต้องยอมเป็นพรรคพวกอ้ายบุญกว้าง แล้วลวงให้ยก ลงมาตั้งซ่องสุมผู้คนที่เมืองลพบุรี พระยานครราชสีมาเป็นไส้ศึกอยู่จนกองทัพกรุง ฯ ยกขึ้นไปถึง จึงจับตัวอ้ายบุญกว้างกับพรรคพวกได้ เห็นจะเป็นเพราะที่เกิดเหตุคราวนี้ ประกอบกับที่การรบในกรุง ฯ เป็นปกติสิ้นเสี้ยนหนามแล้ว &lt;br /&gt;จึงกลับตั้งกำลังทหารขึ้นที่เมืองนครราชสีมา ดังแต่ก่อน ต่อมาปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า เจ้าเมืองหลวงพระบางยกกองทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองเวียงจันทน์ขอให้กรุงศรีอยุธยาช่วย จึงโปรดให้พระยา สระบุรีเป็นนายทัพหน้า ให้พระยานครราชสีมา (ซึ่งเข้าใจว่าตั้งใหม่อีก ๑ คน) เป็นแม่ทัพใหญ่ ยกขึ้นไปช่วยเมืองเวียงจันทน์ กองทัพยกขึ้นไปถึง พวกเมืองหลวงพระบางก็ยำเกรง เลิกทัพกลับไป หาต้องรบพุ่งไม่ แต่นี้ไปก็ไม่ปรากฏเรื่องเมืองนครราชสีมาในหนังสือพระราชพงศาวดาร จนแผ่นดินสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ เมื่อพม่ามาตีกรุงศรีอยุธยาครั้งหลัง ปรากฏว่าเกณฑ์ของกองทัพเมืองนครราชสีมาลงมาช่วยป้องกันรักษากรุง ฯ เดิมให้ตั้งค่ายอยู่ที่วัดเจดีย์แดงข้างใต้เพนียด แล้วให้พระยารัตนาธิเบศร์ คุมลงมารักษาเมืองธนบุรี ครั้นกองทัพพม่ายกมาจากเมืองสมุทรสงครามเมื่อเดือน ๑๐ ปีระกา พ.ศ. ๒๓๐๘ พระยารัตนาธิเบศร์หนีกลับขึ้นไปกรุงฯ พวกกองทัพเมืองนครราชสีมาเห็นนายทัพไม่ต่อสู้ข้าศึก &lt;br /&gt;ก็พากันกลับไปบ้านเมืองหาได้รบพุ่งกับพม่าไม่ ต่อมาเมื่อพม่ากำลังตั้งล้อมพระนครศรีอยุธยา ในปีจอ พ.ศ. ๒๓๐๙ มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนครราชสีมาอีกตอนหนึ่ง เหตุด้วยกรมหมื่นเทพพิพิธ ซึ่งเป็นโทษ ต้องเนรเทศไปอยู่ ณ เมืองจันทบุรี ชักชวนพวกชาวเมืองชายทะเลทางตะวันออกยกเป็นกองทัพมาหวังจะมารบพม่าแก้กรุงศรีอยุธยา กรมหมื่นเทพพิพิธมาถึงเมืองปราจีนบุรี ให้กองทัพหน้ามาตั้งปากน้ำโยธกา แขวงจังหวัดนครนายก พม่ายกไปตีกองทัพหน้าแตก กรมหมื่นเทพพิพิธ เห็นจะสู้พม่า ไม่ได้ ก็เลยขึ้นไปทางแขวงเมืองนครราชสีมา ไปตั้งที่ด่านโคกพระยาพิบูลสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองนครนายก กับหลวงนรินทร์ (ซึ่งได้เข้าเป็นพวกกรมหมื่น เทพพิพิธ) ไปตั้งอยู่ที่เมืองนครจันทึกอีกพวกหนึ่ง กรมหมื่นเทพพิพิธคิดจะชักชวนพระยานครราชสีมาให้เกณฑ์กองทัพลงมารบพม่า แต่พระยานครราชสีมาคนนั้น เป็นอริอยู่กับพระพิบูลสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองนครนายก แต่งคนร้ายให้มาลอบฆ่าพระพิบูลสงครามกับหลวงนรินทร์เสีย รมหมื่นเทพพิพิธจึงให้ลอบไปฆ่าพระยา นครราชสีมาเสียบ้าง แล้วเข้าไปตั้งอยู่ในเมืองนครราชสีมา ขณะนั้นหลวงแพ่ง น้องพระยานครราชสีมาหนีไปอยู่เมืองพิมายไปเกณฑ์คนยกกองทัพมา จับกรมหมื่น เทพพิพิธไปคุมตัวไว้ที่เมืองพิมายครั้นกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าข้าศึก เมื่อวันอังคารขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ สิ้นราชวงศ์ที่จะครองพระราชอาณาจักรบ้านเมืองเกิดเป็นจลาจล ผู้มีกำลังฝีมือหวังจะเป็นใหญ่ในประเทศไทยต่อไป ก็คิดตั้งเป็นเจ้ามีรวมด้วยกัน ๕ พรรคคือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ลงไปตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ที่เมืองจันทบุรี มีหัวเมืองอยู่ในอำนาจ ตั้งแต่ชายแดนกรุงกัมพูชาขึ้นมาจนถึงเมืองชลบุรี และต่อมาถึงข้างขึ้นเดือน ๑๒ &lt;br /&gt;ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ ได้ยกกองทัพขึ้นมาโจมตีทหารพม่าซึ่งรักษาอยู่ที่เมืองธนบุรี กับค่ายโพธิ์สามต้นที่พระนครศรีอยุธยา พม่าพ่ายแพ้จนหมดสิ้น แล้วปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ ตั้งแต่งเมืองธนบุรีเป็นราชธาน &lt;br /&gt;2.เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่เมืองพิษณุโลกมีอำนาจปกครองตั้งแต่เมืองพิชัยลงมาถึงเมืองนครสวรรค์ &lt;br /&gt;3.พระสังฆราชา (เรือน) อยู่ที่วัดพระฝาง เมืองสวางคบุรี &lt;br /&gt;(ปัจจุบันเป็นอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์) ตั้งตัวเป็นใหญ่ขึ้น ทั้งยังอยู่ในสมณเพศ เรียกกันว่าพระฝาง มีอำนาจปกครองหัวเมืองที่อยู่ข้างเหนือเมืองพิชัย และติดต่อกับแดนเมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง &lt;br /&gt;4.พระปลัด (เข้าใจกันว่าชื่อหนู) ผู้รั้งเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งตัวเป็นใหญ่ที่เมืองนครศรีธรรมราช เรียกกันว่า เจ้านคร &lt;br /&gt;มีอำนาจปกครองหัวเมือง ที่ติดต่อกับชายแดนมลายูขึ้นมาจนถึงเมืองชุมพร &lt;br /&gt;5.กรมหมื่นเทพพิพิธ ซึ่งพระยาพิมายคุมไว้ที่เมืองพิมาย และยกขึ้นเป็นใหญ่ ณ เมืองนั้น เรียกว่าเจ้าพิมาย มีอำนาจปกครองตลอดอาณาเขตของ นครราชสีมา เช่น เมืองจันทึก ปักธงชัย บุรีรัมย์ พุทไธสง ชัยภูมิ และภูเขียว เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-955777790400036840?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/955777790400036840'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/955777790400036840'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/07/blog-post_14.html' title='ประวัติจังหวัดนครราชสีมาสมัยกรุงศรีอยุธยา'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8341393785566139962</id><published>2009-07-14T05:54:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:47:37.155-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติจังหวัดนครราชสีมา'/><title type='text'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมา</title><content type='html'>ประวัติจังหวัดนครราชสีมาเมืองนครราชสีมา เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทย แต่เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในท้องที่อำเภอสูงเนิน ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันประมาณ 31 กิโลเมตร คือ เมือง"โคราช" หรือ "โคราฆะ" กับเมือง "เสมา" ทั้งสองเมืองดังกล่าว เคยเจริญ รุ่งเรืองมาก ในสมัยขอมแต่ปัจจุบันเป็นเมืองร้าง ตั้งอยู่ริมฝั่งลำตะคอง สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) โปรดให้สร้างเมืองสำคัญที่อยู่ชายแดน ให้มี ป้อม ปราการ จึงให้ย้ายเมืองที่ ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน มาสร้างเมืองที่มีป้อมปราการและคูน้ำล้อมรอบขึ้นใหม่ ในที่ซึ่งอยู่ ในปัจจุบัน แล้วเอานามเมืองใหม่ทั้งสอง คือเมืองเสมา กับเมืองโคราฆะ มาผูกเป็นนามเมืองใหม่ เรียกว่าเมืองนครราชสีมา แต่คนทั่วไป เรียกว่า เมืองโคราช เมืองนี้กำแพงก่อด้วยอิฐ มีใบเสมาเรียงรายตลอด มีป้อมกำแพงเมือง 15 ป้อม 4 ประตู สร้างด้วยศิลาแลง มีชื่อดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ทางทิศเหนือ ชื่อประตูพลแสน นัยหนึ่งเรียกประตูน้ำ&lt;br /&gt;- ทางทิศใต้ ชื่อประตูชัยณรงค์ นัยหนึ่งเรียกประตูผี&lt;br /&gt;- ทางทิศตะวันออก ชื่อประตูพลล้าน นัยหนึ่งเรียกประตูตะวันออก&lt;br /&gt;- ทางทิศตะวันตก ชื่อประตูชุมพล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประตูเมืองทั้ง 4 แห่งนี้ มีหอรักษาการอยู่ข้างบนทำเป็นรูปเรือน (คฤหาสถ์) หลังคามูงด้วยกระเบื้องดินเผามีช่อฟ้าใบระกาเหมือนกัน ทุกแห่ง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงจัดการปกครองหัวเมืองทางแผ่นดินสูงตอนริมแม่น้ำโขง เป็นประเทศราช 3 เมือง คือ เมืองเวียงจันทร์ เมืองคมพนม และเมืองนครจำปาศักดิ์ ให้เมือนครราชสีมา ปกครองเมืองกรมการป่าดง และเมืองดอนที่ไม่ขึ้นต่อ ประเทศราช ทั้ง 3 และกำกับตรวจตราเมืองประเทศราชเหล่านั้นด้วย แล้วยกฐานะเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองเอก ผู้สำเร็จราชการ มียศเป็นเจ้าพระยา เจ้าพระยาเมืองนครราชสีมาคนแรกชื่อเดิมคือ ปิ่น ณ ราชสีมา และในรัชกาลนี้เมืองนครราชสีมา ได้นำช้าง เผือก 2 เชือก ที่คล้องได้ในเขตอำเภอภูเขียว ซึ่งน้อมเกล้าถวายและได้โปรดเกล้าฯให้ขึ้นระวางเป็นพระอินทร์ไอยรา และพระเทพ กุญชรช้างเผือก เมื่อส่งเข้าเมืองยังคงเก็บรักษาไว้ในศาลเจ้าพ่อช้างเผือกอยู่ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามโรงเรียนสุรนารีวิทยา ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมืองนครราชสีมา มีความเจริญมากขึ้น เป็นศูนย์กลางค้าขายของหัวเมืองทางตะวันออก เพราะมีสินค้าที่พ่อค้า ต้องการมาก เช่น หนังสัตว์ เขาสัตว์ นอแรด งา ไหม พวกพ่อค้าเดินทางมาซื้อสินค้าเหล่านี้แล้วส่งไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯ และนำ สินค้าจากกรุงเทพฯมาจำหน่ายในหัวเมืองตะวันออก โดยตลาดกลางอยู่ที่เมืองนครราชสีมา และในปี พ.ศ. 2434 (ร.ศ. 1110) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูงเป็น 3 มณฑล คือ&lt;br /&gt;1. มณฑลลาวพวน มีเมืองหนองคาย เป็นที่ว่าการมณฑล&lt;br /&gt;2. เมืองลาวกาว มีเมืองนครจำปาศักดิ์ เป็นที่ว่าการมณฑล&lt;br /&gt;3. เมืองลาวกลาง มีเมืองนครราชสีมา เป็นที่ว่าการมณฑล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาเมื่อได้จัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาลทั่วทั้งพระราชอาณาเขตได้เปลี่ยนนามมณฑลทั้ง 3 เสียใหม่ คือมณฑลลาวพวน เป็นมณฑลอุดร มณฑลลาวกาว เป็นมณฑลร้อยเอ็ด มณฑลลาวกลางเป็นมณฑลนครราชสีมา ในสมัยรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย แล้วได้ยกเลิกการจัดหัวเมืองมณฑล เทศาภิบาล และจัดใหม่เป็นภาคมณฑลนครราชสีมา เป็นภาคที่ 8 มีหัวเมืองอยู่ในความปกครอง จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีษะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งที่ว่าการอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2476 ได้เกิดกบฏบวรเดช โดยมีพลเอกพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้า ทำการยึด เมืองนครราชสีมา เป็นกองบัญชาการ เพื่อรวบรวมกำลังพล ในการที่จะเข้ายึดพระนคร เพื่อบังคับให้คณะรัฐบาลของ พลเอกพระยา พหล พลพยุหเสนา ลาออก ในการก่อกบฏครั้งนี้ ข้าราชการในเมืองนครราชสีมาส่วนหนึ่ง ถูกควบคุมตัวไว้ ส่วนประชาชนถูกหลอกลวงว่าได้เกิดเหตุการณ์ ไม่สงบขึ้นในพระนคร ทหารจึงจำเป็นต้องไประงับเหตุการณ์ ต่อเมื่อได้รับทราบแถลงการณ์ของรัฐบาล จึงเข้าใจว่าการกระทำของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เป็นกบฏ ดังนั้น ข้าราชการที่ถูกคุมขังจึงพยายามหลบหนีเอาตัวรอดไปอยู่เมืองไซ่ง่อน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2476 รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าพระบรมราชินนยารถ ได้เสด็จเยี่ยมพสนิกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งแรก และได้ประทับแรมที่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2498 และได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมพสกนิกรชาวเมือง นครราชสีมาอีกหลายครั้ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8341393785566139962?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8341393785566139962'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8341393785566139962'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ประวัติจังหวัดนครราชสีมา'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-370547346659563597</id><published>2009-06-14T14:51:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:47:54.057-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แนะนำโปรแกรมเที่ยวโคราช 3 วัน 2 คืน'/><title type='text'>แนะนำโปรแกรมเที่ยวโคราช 3 วัน 2 คืน</title><content type='html'>วันแรกสำหรับการมาโคราชผมว่าควรที่จะต้องไปไหว้ย่าโมก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ แล้วค่อยไปต่อด้วยสวนน้ำที่ ต่อมาก้อพิพิธภัทณ์ไม้กล้ายเป็นหินและไดโนเสาร์ ที่บ้านโกรกเดือนห้า เข้าไปทางสนามกีฬาซีเกมส์ ก้อได้ครับ แล้วก็เข้าที่พัก ตกเย็นหาที่ทานอาหาร หรือไม่ก็เข้าไนท์บาซาครับของกินเพียบ&lt;br /&gt;วันที่สอง ถ้ายังอยากเที่ยวในเมืองก้อลองนั่งรถดูรอบเมืองโคราช ซึ่งจะมีให้บริการหน้าคุณย่าโม จะมีพาชมประตูเมืองต่างๆ วัดศาลาลอย เป็นต้น หรือจะออกมาเที่ยวนอกเมืองสักหน่อยก้อได้ครับ ที่ด่านเกวียน หรือจะเป็น เส้นทางสายปราสาท ปราสาทเขาพนมวัน-ปราสาทหินพิมาย-ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง บุรีรัมย์-ปราสาทเมืองตำ สุรินทร์ ซึ่งทั้งหมดที่ว่าต้องออกจากที่พักในตัวเมืองเช้าสักหน่อย 8-9 โมง ตามถนนมิตภาพ มุ่งหน้าขอนแก่น จะมีป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวเป็นระยะครับ หาง่าย จะมีแต่ ปราสาทหินพิมายที่จะต้องแยกไปจากถนนมิตรภาพ ตรง แยกบ้านตลาดแคครับ พอออก จากพิมายก็ มองหาเส้นไปบุรีรัมย์ครับ ไม่ใกล้ ขับรถไม่เกิน 3 ชั่วโมง กลับถึงที่พักในเมืองโคราชอีกทีก็น่าจะเย็นพอดีทางกลับมี 2 ทาง ย้อนทางเดิม หรือใช้เส้นบุรีรัมย์-โชคชัยก็ได้ครับ หรือขี่เรื่อยๆเส้นทางเดิม แวะทานอาหารเย็นที่พิมายก็ได้ เพราะมีร้านอาหารน่าทานอยู่ หรือเดินไนท์ที่พิมายก็ได้ แล้วก็พักที่พิมายก็ได้ครับ&lt;br /&gt;ขากลับเข้ากรุงเทพก็ไหว้ย่าโมอีกรอบ แล้วก็ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ มุ่งสระบุรี กรุงเทพครับ มีที่แวะมากมาย ถึงก่อนที่อื่นเป็นวัดหลวงพ่อโตที่สีคิ้ว ออกจากสีคิ้ว ก็ เขื่อนลำตะคอง แวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารริมเขื่อน หรือ ที่ร้านเมืองพรก็บรรยากาศดี หรือจะทนหิวอีกสักนิดแวะทานสเต็กที่ฟาร์มโชคชัย แล้วก็เข้ไปเที่ยวชมฟาร์ม หรือหาซื้อของฝากที่หน้าฟาร์มก็ได้ครับ ถ้ามีเวลาอีกสักวันก็อาจจะแวะนอนที่เขาใหญ่ก่อนครับ&lt;br /&gt;สำหรับร้านอาหารตอนกลางวันในเมืองโคราช ผมขอแนะนำร้านครูดร จะขายขนมจีนประโดก ปีกไก่ทอดอร่อยมากๆ ผัดหมี่โคราช ส้มตำ ขนมหวานเฉาก๊วยโบราณ หรือจะเป็นไก่ย่างวัดป่าสาระวัน ส้มตำอร่อย วุ้นมะพร้าวอร่อยครับ สำหรับร้านอาหารตอนกลางคืนในโคราชมีเยอะ แยะมากมายครับ ชอบหลายร้าน แต่มีที่บรรยากาศดีๆเหมาะสมสำหรับพาครอบครัวไปนั่งกินข้าว คือร้านสวนเกาะทิพย์ อยู่เลยทางเข้าเข้าไนท์บ้านเกาะ &lt;br /&gt;ส่วนที่พักก้อมีเยอะครับ&lt;br /&gt;สีมาธานี ดุสิตปริ๊ส ราชพฤษ สบายโอเต็ล City park ใกล้เดอะมอลล์ ปัญจะดารา วีวัน อันออกแนวโมเดลหน่อย ดิไอยรา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-370547346659563597?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/370547346659563597'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/370547346659563597'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/06/3-2.html' title='แนะนำโปรแกรมเที่ยวโคราช 3 วัน 2 คืน'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-6523909740584380946</id><published>2009-05-27T01:29:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:48:09.685-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='งานเทศกาลประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา'/><title type='text'>งานเทศกาลประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา</title><content type='html'>งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นงานประจำปีของจังหวัด กำหนดจัดระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันที่คุณหญิงโมได้รับชัยชนะจากข้าศึก ในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมการออกร้านจัดนิทรรศการต่างๆ ของหน่วยราชการและภาคเอกชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานประเพณีแข่งเรือพิมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นงานประเพณีที่ชาวอำเภอพิมายร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมากว่าร้อยปีแล้ว โดยจะจัดช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา ในปัจจุบันถือเอาวันเสาร์และวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันจัดงานทุกปี งานนี้นอกจากจะมีการแข่งเรือของชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ ในอำเภอพิมายและอำเภอใกล้เคียงแล้ว ยังมีการตกแต่งเรือตามแบบเรือพระราชพิธี พร้อมประกวดการแห่เรือด้วย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่น่าชมมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานเทศกาลเที่ยวพิมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดนครราชสีมา คือ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดียวกับงานประเพณีแข่งเรือพิมาย ภายในงานมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การแข่งเรือยาวประเพณี การแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่พุทธราชาและพุทธประวัติ ขบวนแห่พุทธประทีปและการแสดงประกอบแสงเสียง "วิมายนาฏการ" จ.นครราชสีมา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2532&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-6523909740584380946?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/6523909740584380946'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/6523909740584380946'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/05/blog-post_27.html' title='งานเทศกาลประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-1297811103114649232</id><published>2009-05-24T09:19:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:48:27.484-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงโคราช'/><title type='text'>เพลงโคราช</title><content type='html'>คนโคราชมีวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งในเรื่องของภาษาและการละเล่นพื้นเมือง โดยเฉพาะ “เพลงโคราช” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่นมนานและทุกวันนี้ยังมีการร้องเพลงโคราชในงานพิธีต่างๆ อยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวช ฯลฯ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงโคราชต่างจากศิลปินเพลงแขนงอื่นๆ ตรงที่ไม่มีเสียงดนตรี แต่การขับร้องเพลงโคราชจะอาศัยการให้จังหวะกันเอง ลักษณะของเพลงโคราชเป็นการร้องโต้ตอบกัน คนขับร้องประกอบด้วยชาย 2 คน หญิง 2 คนออกมาร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ตอบโต้กันทั้งแบบเสียดสี เปรียบเปรยให้คติทางโลกและทางธรรม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถ้าเป็นศิลปินรุ่นเก๋าจะสามารถร้องแบบด้นกลอนสดได้เลย แต่ถ้ารุ่นใหม่ต้องอาศัยบทร้อง ลักษณะของเพลงโคราชคล้ายๆ กับ “ลำตัด” โดยจุดเริ่มต้นของเพลงโคราชเริ่มจากคำพูดสั้นๆ ที่มีความคล้องจองกัน ในสมัยก่อนเริ่มจากเพลงสั้นเป็นคู่ 2 แล้วไล่มาเป็นคู่ 4 คู่ 6 จนถึงปัจจุบันร้องกันในแบบของกลอนแปด  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หากมาถึงโคราชแล้วอยากฟังเพลงโคราชไม่จำเป็นต้องรอให้มีงานบุญ เพราะมีเวทีสำหรับเพลงโคราชแก้บนจัดแสดงทุกวันบริเวณซอยหน้าสถานธานุบาล 3 ตรงข้ามอนุสาวรีย์ย่าโม หากใครมาบนบานศาลกล่าวใดๆ แล้วได้สำเร็จตามประสงค์ก็จะต้องมาถวายเพลงโคราชแก่คุณย่าโม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; คนเฒ่าคนแก่เล่าสืบต่อกันว่าคุณย่าโมชื่นชอบเพลงโคราชมาตั้งแต่สมัยที่มีการจัดงานฉลองชัยชนะในการรบทัพจับศึกต่อลาวเมื่อ พ.ศ.2369 ทำให้คนโคราชที่มาบนบานต่อคุณย่าโมมักจะบนถวายเพลงโคราชมาตลอด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-1297811103114649232?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1297811103114649232'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/1297811103114649232'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/05/blog-post_24.html' title='เพลงโคราช'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-3530879512600425697</id><published>2009-05-21T22:25:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:48:44.127-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ซุ้มประตูเมืองโคราช'/><title type='text'>ซุ้มประตูเมืองโคราช</title><content type='html'>เรื่องราวความเป็นมาของ ซุ้มประตูเมือง แบบประยุกต์&lt;br /&gt;เมื่อปี พ.ศ. 2530    นายสมบูรณ์   ไทยวัชรามาศ   ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;ได้พิจารณาเห็นว่าเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช     จะทรงเจริญพระชนมายุ   60   พรรษา&lt;br /&gt;ในวันที่    5  ธันวาคม  2530และรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    &lt;br /&gt;และเป็นปีท่องเที่ยวไทย    สมควรจะได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุให้เป็นกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ            &lt;br /&gt; และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างกำแพง &lt;br /&gt; และซุ้มประตูเมืองนครราชสีมาอีก3ประตู ซึ่งหักพังและถูกรื้อสูญไปแล้ว  ให้มีครบทั้ง4ประตูตามที่เคยมีมาแต่โบราณ&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์ &lt;br /&gt;1.  เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว          เนื่องในวโรกาสที่จะทรงมี&lt;br /&gt;พระชนมายุ  60  พรรษา (5 รอบ)  ในปี  2530&lt;br /&gt;2.  เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน&lt;br /&gt;3.  เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาโบราณสถาน  และประวัติศาสตร์เมืองนครราชสีมา  ในอดีตและปัจจุบันต่อเนื่องกัน&lt;br /&gt;4.  เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย  และสวยงามให้เกิดขึ้นแก่บ้านเมือง&lt;br /&gt;5.  เพื่อสนับสนุนปีท่องเที่ยวไทย   ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปี 2530  เป็นปีท่องเที่ยวไทย จะได้มีแหล่งท่องเที่ยว&lt;br /&gt;ให้ชาวไทย   และชาวต่างประเทศมีโอกาสได้ท่องเที่ยว&lt;br /&gt;ขั้นตอนในการก่อสร้าง&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่  1    การคัดเลือกสถานที่ก่อสร้าง       ได้แต่ตั้งคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกสถานที่ขึ้น           ประกอบด้วย&lt;br /&gt;นายเด็ดดวง   สุคนธรัตน์     นายกเทศมนตรีเมืองนครราชสีมา      เป็นประธาน    นายสถิตย์   ภักดิ์ศรีแพง    หัวหน้า&lt;br /&gt;ฝ่ายบริหาร   สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา  เป็นกรรมการและเลขานุการ   มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าประวัติ  และตำนาน&lt;br /&gt;ของเมืองนครราชสีมา    และกำหนดจุดก่อสร้างให้ตรงตามประวัติ  และสถานที่ตั้งเดิม     และประสานขอใช้สถานที่&lt;br /&gt;ก่อสร้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาของคณะกรรมการ   จึงได้กำหนดจุดก่อสร้างประตูทั้งสาม   ดังนี้&lt;br /&gt;1.  ก่อสร้างประตูพลแสน   ที่บริเวณด้านในคูเมือง    ด้านทิศเหนือ     ตรงใกล้สี่แยกถนนพลแสนตัดกับถนนประจักษ์&lt;br /&gt;(หน้าวัดสามัคคี)&lt;br /&gt;2.  ก่อสร้งประตูเมืองไชยณรงค์  ที่บริเวณด้านในคูเมือง  ด้านทิศใต้   ตรงบริเวณใกล้ห้าแยกราชนิกูล (ใกล้ตลาดสด-&lt;br /&gt;ประตูผี)&lt;br /&gt;3.  ก่อสร้างประตูพลล้าน    ที่บริเวณด้านในคูเมืองด้านทิศตะวันออก    ตรงใกล้สี่แยกถนนจอมพลตัดกับถนนพลล้าน&lt;br /&gt;(ใกล้ทางเข้าทุ่งสว่าง)จังหวัดได้ขอใช้ที่ราชพัสดุทั้ง  3  แห่ง ในการก่อสร้างและได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ตามหนังสือด่วนมาก&lt;br /&gt;ที่  กค  0507/3788  ลงวันที่  29  พฤษภาคม  2530   และจังหวัดได้ขอรับความเห็นชองจากกรมศิลปากร&lt;br /&gt;เกี่ยวกับจุดก่อสร้างประตูเมืองทั้ง  3  แห่ง    และแบบแปลน    ซึ่งสำนักงานโยธาธิการจังหวัดนครราชสีมาเขียนขึ้น&lt;br /&gt;(แบบแปลนที่   ยธ.นม.232)     ตลอดจนขอทราบว่า     แต่เดิมกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนประตูเมืองทั้ง  3  แห่ง&lt;br /&gt;เป็นโบราณสถานหรือไม่   และยินยอมให้จังหวัดนครราชสีมา  ก่อสร้างประตูเมืองตามแบบแปลนที่  ยธ.นม.232&lt;br /&gt;ดังกล่าวหรือไม่ กรมศิลปากรแจ้งให้ทราบว่ากรมศิลปากรมิได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานประตูเมืองทั้งสามไว้&lt;br /&gt;จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของจังหวัดที่จะดำเนินการ  (ตามหนังสือด่วนที่สุดที่   ศธ   0704/2016ลงวันที่ 15  พฤษภาคม 2530)&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่  2      การออกแบบก่อสร้าง      คณะกรรมการฝ่ายช่าง      ซึ่งประกอบด้วย    นายประชา  จิตรภิรมย์ศรี&lt;br /&gt;โยธาธิการจังหวัดนครราชสีมา     เป็นประธาน   นายสมศักดิ์    กุลนรากร     นายช่างโยธา  4     เป็นกรรมการและ&lt;br /&gt;เลขานุการ  มีหน้าที่ออกแบบกำแพง     และซุ้มประตูเมืองให้มีรูปลักษณะคล้ายของเดิมตามประวัติศาสตร์   โดยให้&lt;br /&gt;ถือประตูชุมพลเป็นแบบ  คณะกรรมการฝ่ายช่างได้ออกแบบตามแบบ    ยธ.นม232   และประมาณการค่าก่อสร้าง&lt;br /&gt;ประมาณประตูละ  1.3  ล้านบาทเศษ&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่  3     การจัดหาทุนก่อสร้าง  คณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง   ซึ่งประกอบด้วย  นายสมบูรณ์   ไทย-&lt;br /&gt;วัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  เป็นประธาน  และนายสถิตย์  ภักดิ์ศรีแพง หัวหน้าฝ่ายบริหารสำนักงาน&lt;br /&gt;จังหวัดนครราชสีมา  เป็นกรรมการการเลขานุการ  มีหน้าที่จัดหาทุนจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค โดยไม่ใช้งบประมาณ&lt;br /&gt;ของทางราชการ  ผลการดำเนินการของคณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง  ปรากฎว่า มีผู้บริจาคเงินก่อสร้าง ดังนี้&lt;br /&gt;1.  ประตูพลแสน   เดิมนายเหรียญ   จึงวิวัฒนาภรณ์   ห้างหุ้นส่วนจำกัดคิงส์ยนต์    รับจะบริจาคแต่ผู้เดียว  แต่เนื่อง&lt;br /&gt;จากการก่อสร้างประตูเมืองเป็นถาวรวัตถุ   เป็นประวัติศาสตร์   และเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลของผู้บริจาคเงิน&lt;br /&gt;ก่อสร้าง  จึงมีผู้ขอร่วมบริจาคเงินก่อสร้างขึ้นในประตูนี้รวม  9  คน คือ  &lt;br /&gt;  1) นายสมบูรณ์  ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;br /&gt;  2) นายเหรียญ  จึงวิวัฒนาภรณ์  &lt;br /&gt;  3) นายวิชัย   เชิดชัย   &lt;br /&gt;  4) นายบรรยง   หล่อธาราประเสริฐ&lt;br /&gt;  5) นายมุข  วงษ์ชวลิตกุล &lt;br /&gt;  6) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล  ภาคอีสานพาณิชย์(ตังปัก) &lt;br /&gt;  7) นายประพัฒน์  อินทนากรวิวัฒน์   &lt;br /&gt;  8) นายทศพล   ตันติวงษ์     &lt;br /&gt;  9) นายป่วยเฮียง   แซ่โค้ว&lt;br /&gt;2.  ประตูพลล้าน  นายอาคม  ไตรบัญญัติกุล  เจ้าของและผู้จัดการ  ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเย็น  และครอบครัว  รับเป็น&lt;br /&gt;ผู้บริจาคค่าก่อสร้างแต่ผู้เดียว&lt;br /&gt;3.  ประตูไชยณรงค์   บริษัทเอกศิลป์  จำกัด   และบริษัท  เค.เค.พัฒนาก่อสร้าง  จำกัด  เป็นผู้บริจาค&lt;br /&gt;ขั้นตอนที่  4     ขั้นตอนการก่อสร้าง     ได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นเป็น  3  คณะ   คือ   คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จากการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างประตูเมืองทั้ง 3 แห่งปรากฎผลดังนี้&lt;br /&gt;1)  ประตูพลแสน    ห้างหุ้นส่วนจำกัดยงประเสริฐ   โดย   นายประพัฒน์   อินทนากรวิวัฒน์     เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง&lt;br /&gt;2)  ประตูพลล้าน  ห้างหุ้นส่วนจำกัดช่างวรรณาวดี   โดย   นางชุลี   เตชะธีระปรีดา     เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง&lt;br /&gt;3)  ประตูไชยณรงค์   บริษัทเอกศิลป์   จำกัด   เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก:http://www.korattour.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Id=259110&amp;Ntype=4&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-3530879512600425697?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/3530879512600425697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/3530879512600425697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='ซุ้มประตูเมืองโคราช'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-9013335218318671568</id><published>2009-04-24T10:25:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:49:24.539-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ท่องเที่ยวแดนอีสานใต้ จากนครราชสีมา – ขอนแก่น'/><title type='text'>ท่องเที่ยวแดนอีสานใต้ จากนครราชสีมา – ขอนแก่น</title><content type='html'>By Little Rabbit&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันหยุดพักผ่อนแบบนี้ ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือ การได้ไปท่องเที่ยวโดยเฉพาะกับคนรู้ใจ หรือเพื่อน ๆ ส่วนทริปนี้จะไปเที่ยวแถบอีสาน หลายคนอาจจะสงสัยว่าทางภาคอีสานมีอะไรน่าสนใจถึงไปเที่ยวที่นั่น ซึ่งถามคนส่วนใหญ่อาจจะชอบไปสัมผัสอากาศดี ๆ ทางภาคเหนือ หรือไปชื่นชมความสวยงามของทะเลทางภาคใต้ ส่วนฉันที่ทริปนี้ไปเที่ยวภาคอีสาน เนื่องจากว่ามีเพื่อนย้ายไปทำงานแถบนั้น และด้วยความชอบที่จะไปพบเห็นสิ่งใหม่ๆ เลยถือโอกาสไปเที่ยว ไปดูวิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้นเมือง โบราณสถานทางแถบนั้น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ดูบ้าง&lt;br /&gt;เอา ล่ะ !!! เวลา 3 วัน 2 คืน สำหรับทริปนี้ เริ่มต้นกันได้เลย วันแรกของการเดินทาง ฉันก็เตรียมของใช้ที่จำเป็นจัดใส่เป้ สะพายขึ้นบ่า ไปขึ้นรถทัวร์ ที่สถานีขนส่งหมอชิตสาย กรุงเทพ ฯ - นครราชสีมา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว เราไปตั้งต้นเดินทางที่นั่นกัน โดยให้เพื่อนของฉันไปรับที่สถานีขนส่ง วันนี้เราเที่ยวกันแบบเบา ๆ ที่นครราชสีมา โดยไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโมกันก่อน มาถึงโคราชแล้วนี่นะ !! จากนั้นก็ไปหมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผาที่ด่านเกวียน ห่างจากตัวเมืองมา 15 กม. ซึ่งที่นั่นมีชื่อเสียงมาก ๆ กับเครื่องปั้นดินเผาที่สวยงาม หลากหลาย ทั้งเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และสวน ถ้าใครที่ชอบหัตถกรรมแบบนี้ เข้าไปเดินชมเที่ยวทั้งวัน ก็ไม่เบื่อเลยจริง ๆ วันที่สองของการเดินทาง เรากางแผนที่ท่องเที่ยวรายทางตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเราจะเริ่มต้นจากนครราชสีมา ไปสิ้นสุดที่ขอนแก่น โดยขับรถไปทาง จ.บุรีรัมย์ ออกเส้นทางพยัคฆภูมิพิสัย ระหว่างทางเห็นป้ายบอกทางเข้าไปพระเจ้าใหญ่ วัดหงษ์ เราเลยเลี้ยวรถเข้าไปกันเป็นแห่งแรก ที่นั่นจะมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่ ซึ่งมีชาวบ้านแถวนั้นเค้ามีความศรัทธา นับถือกันเป็นอย่างมาก จากนั้นขับรถต่อไปยัง จ. มหาสารคาม แวะเข้าไปสักการะพระธาตุนาดูน ที่ อ.นาดูน ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจ.มหาสารคาม ภายในก็จะมีพิพิธภัณฑ์ สวนรุกขชาติ ที่เราสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้อีกนะ&lt;br /&gt;พอ ช่วงเที่ยง ๆ เราขับรถเข้าไป จ.ร้อยเอ็ด ที่ อ.ศรีสมเด็จ สอบถามชาวบ้านแถวนั้น เค้าแนะนำให้เข้าไปเที่ยวชมเจดีย์หินสลัก ที่พระเทพวิสุทธิมงคล หรือหลวงปู่ศรีมหาวิโร ได้ดำเนินการก่อสร้างไว้ ซึ่งเราก็ได้ลองเข้าไปชม และก็ได้พบว่าเป็นเจดีย์หินสลักที่มีความสวยงามมาก ๆ มีลักษณะเป็นชั้น ๆ สามารถเดินรอบ ๆ ได้ ภายในเจดีย์มีพระพุทธรูป และประวัติของหลวงปู่ศรี ฯ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอยู่ที่นี่ เพราะจริง ๆ ไม่มีบันทึกอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวเดินทางด้วยซ้ำ ซึ่งดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้คนเท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าใครผ่านไปทางนั้น แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปชม&lt;br /&gt;จาก นั้นก็ขับรถเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ด แวะทานอาหารกลางวัน ใกล้ ๆ กันก็เข้าไปแวะพักที่บึงพลาญชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ และเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่วัดบูรพาภิราม ช่วงบ่าย ๆ เราก็ขับรถไป อ.หนองพอก เพื่อไปเที่ยวชมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ซึ่งเป็นพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทยที่สวยงามตระการตามาก ๆ และเป็นอีกที่ที่หลวงปู่ศรีมหาวิโร ได้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ภายในเจดีย์จะมีทั้งหมด 6 ชั้น ความสวยงามแตกต่างกันไป ซึ่งชั้นบนสุดจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ แต่ด้วยเวลาไม่มาก เราก็กลับออกมาขับรถผ่านไป จ.กาฬสินธุ์ แวะกราบไหว้พระธาตุยาคูกันอีก ซึ่งเป็นสถูปเก่าแก่ของที่นั่น เที่ยวกันให้คุ้มไปเลย และสุดท้ายเราก็ไปสิ้นสุดปลายทางวันนี้ที่ จ.ขอนแก่น ประมาณเวลาค่ำ ๆ เห็นจะได้ แวะทานข้าวและพักผ่อนที่นั่น&lt;br /&gt;วัน ที่สาม สุดท้ายของการเดินทาง ยังไม่หนำใจกับการท่องเที่ยว วันนี้เราก็ขับรถเที่ยวใน จ.ขอนแก่น กันอีกสักหน่อย ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย แต่วันนี้เราเลือกไปเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ อ.อุบลรัตน์ ใกล้ ๆกันนั้นมีอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จากนั้นก็ไปกราบไหว้หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ ตั้งอยู่วัดพระพุทธบาทภูพานคำ ซึ่งเป็นที่สุดท้ายของการเดินทางท่องเที่ยว 6 จังหวัด จริง ๆ แล้ว แต่ละจังหวัดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆอีกมากมาย แต่ด้วยเวลาอันจำกัดของเรา ทำให้เราต้องเลือกเที่ยวเป็นบางแห่งเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการที่เราได้ชม ได้เห็นความสวยงามของโบราณสถานต่างๆ ความใจดีของผู้คนที่นั่น ที่ช่วยบอกทางให้เราขับรถไปถึงจุดหมายแต่ละที่ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางแล้ว ^^ สนุกสุด ๆ เลยล่ะค่ะ&lt;br /&gt;http://thai.tourismthailand.org/interesting-article/content-288-1.html&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-9013335218318671568?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/9013335218318671568'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/9013335218318671568'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='ท่องเที่ยวแดนอีสานใต้ จากนครราชสีมา – ขอนแก่น'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-8625161151287212739</id><published>2009-03-09T09:45:00.000-07:00</published><updated>2009-11-26T03:49:05.889-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Nakhon Ratchasima'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='generally known as &quot; Khorat &quot;'/><title type='text'>Nakhon Ratchasima, generally known as " Khorat "</title><content type='html'>Nakhon Ratchasima, generally known as " Khorat ", is Thailand’s largest province situated on sprawling northeast plateau. Located approximately 260 kilometers northeast of Bangkok, the city itself serves as the gateway to the lower northeastern region. &lt;br /&gt;Covering an area of 25,494 square kilometers  that is mainly plateaus and mountainous terrain, Khorat has fascinating traditions, charming hospitality, splendid natural scenery and awesome historical sites. &lt;br /&gt;Some of the main attractions in Khorat are Khmer ruins. Scattered around the province, these products of ancient wisdom shines through time. One of the Thailand’s finest Khmer ruins can be seen here next to Mon and Lao sites. In addition, Khorat has an abundance of natural attractions in its forests, hills, wildlife and waterfalls that are easily accessible in locations such as Khao Yai National Park . &lt;br /&gt;Apart from the famous statue of Khun Ying Mo  or Thao Suranari , Khorat is most well known for silk weaving (in Pak Thong Chai) and a variety of top-notch quality handicrafts such as clay pottery products of Dan Kwian . &lt;br /&gt;Geographically, Nakhon Ratchasima borders on Chiyaphum and Khon Kaen Provinces in the north, Buri Ram Province in the east, Chiyaphum and Saraburi Provinces in the west and Nakhon Nayok and Prachin Buri Provinces in the south. &lt;br /&gt;Khorat is also the largest northeastern province. Inhabitants of the province are mainly engaged in agricultural activities that include farming of rice and other crops such as sugar cane, tapioca, corn, jute, peanuts, sesame and fruits. There are more than 100 savings and agricultural cooperatives in the province, 35 irrigation projects and 7,122 industrial factories. Most of the factories are rice mills, tapioca product manufacturers, and industrial factories. &lt;br /&gt;Khorat’s most popular annual event is the Thao Suranari Festival, a celebration of Thao Suranari’s victory over the invader. It’s held from late March to early April and features parades. &lt;br /&gt;Looking back &lt;br /&gt;Khorat used to be the site of several ancient prehistoric communities. Little is known about the early history of Khorat, except that it used to be part of a kingdom called Sri Janasa an empire that extended its power to the entire Khorat Plateau. &lt;br /&gt;Initially the predominant cultural influence in the city was that of the Dvaravati culture, however, it was later replaced by the Khmer culture. The prehistoric site of Ban Prasat is an evidence of this occurrence while traces of both the Dvaravati and Khmer cultures are scattered throughout the province, particularly at Amphoe Sung Noen and Amphoe Phimai . &lt;br /&gt;Once an administrative and cultural center, Khorat ’s role today remains unchanged as it is currently the main transportation, industrial and economic hub of the Northeast.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-8625161151287212739?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8625161151287212739'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/8625161151287212739'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/03/nakhon-ratchasima-generally-known-as.html' title='Nakhon Ratchasima, generally known as &quot; Khorat &quot;'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-7572329273850015528</id><published>2009-02-28T19:28:00.000-08:00</published><updated>2009-02-28T19:29:15.055-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Khorat'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Nakhon Ratchasima'/><title type='text'>Nakhon Ratchasima, Khorat</title><content type='html'>Nakhon Ratchasima, generally known as " Khorat ", is Thailand’s largest province situated on sprawling northeast plateau. Located approximately 260 kilometers northeast of Bangkok, the city itself serves as the gateway to the lower northeastern region. &lt;br /&gt;   Covering an area of 25,494 square kilometers  that is mainly plateaus and mountainous terrain, Khorat has fascinating traditions, charming hospitality, splendid natural scenery and awesome historical sites. &lt;br /&gt;   Some of the main attractions in Khorat are Khmer ruins. Scattered around the province, these products of ancient wisdom shines through time. One of the Thailand’s finest Khmer ruins can be seen here next to Mon and Lao sites. In addition, Khorat has an abundance of natural attractions in its forests, hills, wildlife and waterfalls that are easily accessible in locations such as Khao Yai National Park . &lt;br /&gt;   Apart from the famous statue of Khun Ying Mo  or Thao Suranari , Khorat is most well known for silk weaving (in Pak Thong Chai) and a variety of top-notch quality handicrafts such as clay pottery products of Dan Kwian . &lt;br /&gt;   Geographically, Nakhon Ratchasima borders on Chiyaphum and Khon Kaen Provinces in the north, Buri Ram Province in the east, Chiyaphum and Saraburi Provinces in the west and Nakhon Nayok and Prachin Buri Provinces in the south. &lt;br /&gt;   Khorat is also the largest northeastern province. Inhabitants of the province are mainly engaged in agricultural activities that include farming of rice and other crops such as sugar cane, tapioca, corn, jute, peanuts, sesame and fruits. There are more than 100 savings and agricultural cooperatives in the province, 35 irrigation projects and 7,122 industrial factories. Most of the factories are rice mills, tapioca product manufacturers, and industrial factories. &lt;br /&gt;   Khorat’s most popular annual event is the Thao Suranari Festival, a celebration of Thao Suranari’s victory over the invader. It’s held from late March to early April and features parades. &lt;br /&gt;Looking back &lt;br /&gt;   Khorat used to be the site of several ancient prehistoric communities. Little is known about the early history of Khorat, except that it used to be part of a kingdom called Sri Janasa an empire that extended its power to the entire Khorat Plateau. &lt;br /&gt;   Initially the predominant cultural influence in the city was that of the Dvaravati culture, however, it was later replaced by the Khmer culture. The prehistoric site of Ban Prasat is an evidence of this occurrence while traces of both the Dvaravati and Khmer cultures are scattered throughout the province, particularly at Amphoe Sung Noen and Amphoe Phimai . &lt;br /&gt;   Once an administrative and cultural center, Khorat ’s role today remains unchanged as it is currently the main transportation, industrial and economic hub of the Northeast.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-7572329273850015528?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/7572329273850015528'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/7572329273850015528'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/02/nakhon-ratchasima-khorat.html' title='Nakhon Ratchasima, Khorat'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4137416690411002793</id><published>2009-02-26T09:00:00.000-08:00</published><updated>2009-11-26T03:50:06.290-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='LANGUAGE HISTORY IN SOUTHEAST'/><title type='text'>LANGUAGE HISTORY IN SOUTHEAST</title><content type='html'>LANGUAGE HISTORY IN SOUTHEAST ASIAAnthony DillerVisiting Fellow, University of Sydney&lt; adiller@ iprimus. com. au&gt;May I express gratitude to HRH the late Princess Galayani Vadhana Kromluang NaradhiwasRajanagarindra for patiently attending to an earlier version of this paper and for offeringvaluable observations (including:" It is quite broad"). As readers will be aware, for years HerRoyal Highness has done much to further Southeast Asian linguistic and cultural studies. Iam grateful to others too who attended the SEALS 14 Bangkok conference for theircomments. An observation by Matisoff (1992) to the effect that Mainland Southeast Asia canbe seen as two linguistic areas, one upland, one lowland, started me thinking about whatfollows.1. Uphill and downhillThe attempt here is admittedly broad and programmatic. It is to probe a two-way question: inSoutheast Asia, to what extent has bilingualism historically moved ‘downhill’or downriver,while diglossia and diglossic processes have developed in coastal areas and then moved‘uphill’?For uphill-downhill questions to work linguistically, they must of course associateecology with cultural history and established ideas about the dynamics of contactlinguistics and linguistic stratification. Also, terminology needs to be controlled.‘Diglossia’can safely be used to describe the rather marked speech level systems ofJavanese and Balinese, but how freely should the term be extended? In the case of Malay,Burmese, Thai, Khmer and Vietnamese, speakers are keenly aware of communicativestratification in their languages and linguists would be in agreement, but levels andfunctions are less discrete. Perhaps ‘diglossic variation’is more appropriate for thesecases;‘register variation’seems too weak.As for bilingualism or multilingualism, clearly a downhill account could not beexclusive. In Island Southeast Asia, inter-island contact and maritime trade have beensuitable contexts for bilingual development; no hills or mountains need be in view.Mainland Southeast Asia has seen mass deportations with resettlement from one lowlandarea to another with new linguistic neighbors. For example, many thousands of currentbilinguals in Thailand have ancestors who were resettled from Mekhong valleys to theChao Phraya basin. These Thai-Lao speakers bear witness to how transportation can giverise to stable bilingualism lasting several generations. So the questions raised above mustfit into a broader enquiry considering issues only hinted at here.For the Thai case, Smalley (1994) has made good progress in this area, establishingan important principle well-known in other speech communities. He shows how socialhierarchy correlates with multilingualism in one key aspect: those lower down sociallytend to gain at least some facility in the speech of those higher up. In line with theecological picture investigated here, it remains to add that for much of Southeast Asia,&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4137416690411002793?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4137416690411002793'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4137416690411002793'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/02/language-history-in-southeast.html' title='LANGUAGE HISTORY IN SOUTHEAST'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4390992517048933780.post-4057717460973715110</id><published>2009-02-22T07:41:00.000-08:00</published><updated>2009-11-26T03:50:35.113-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จังหวัดนครราชสีมา'/><title type='text'>จังหวัดนครราชสีมา</title><content type='html'>จังหวัดนครราชสีมา หรือ โคราชที่เรารู้จัก " เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหินดินด่านเกวียน " &lt;br /&gt;นครราชสีมา หรือที่เรียกว่า “โคราช” เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 259 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งเดินป่าศึกษาธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจริมอ่างเก็บน้ำ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอมโบราณ และเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานต้นตำรับ ก่อนกลับยังได้ซื้อหาสินค้าเกษตรหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีให้เลือกอีกมากมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า นครราชสีมา เกิดจากการรวมชื่อเมืองโบราณสองเมือง คือ เมืองโคราชและเมืองเสมา ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอโนนสูง นครราชสีมาเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยที่มีการเผยแพร่ของวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมแบบขอมเข้ามาในดินแดนแถบนี้ เคยมีฐานะเป็นเมือง “เจ้าพระยามหานคร” เช่นเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราชทางภาคใต้ มีอำนาจปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอีสานหลายแห่ง จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงความสำคัญอย่างต่อเนื่องในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านคมนาคม เศรษฐกิจของภาคอีสาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ประมาณ 20,494 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 26 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง ขามสะแกแสง พิมาย คงโนนแดง ประทาย ชุมพวง บัวใหญ่ แก้งสนามนาง บ้านเหลื่อม จักราช ห้วยแถลง ปักธงชัย โชคชัย ครบุรี เสิงสาง หนองบุนนาก วังน้ำเขียว เฉลิมพระเกียรติ และอีก 6 กิ่งอำเภอ คือ กิ่งอำเภอเมืองยาง เทพารักษ์ ลำทะเมนชัย พระทองคำ บัวลายและสีดา &lt;br /&gt;อาณาเขต : &lt;br /&gt;ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่น&lt;br /&gt;ทิศใต้ ติดกับจังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี&lt;br /&gt;ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์&lt;br /&gt;ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และสระบุรี&lt;br /&gt;หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (รหัสทางไกล 044) &lt;br /&gt;ตำรวจท่องเที่ยว&lt;br /&gt; 1155 , 0 4434 1777-9&lt;br /&gt;ท่าอากาศยานนครราชสีมา&lt;br /&gt; 0 4425 9524&lt;br /&gt;บมจ. การบินไทย (สนามบิน)&lt;br /&gt; 0 4425 5425&lt;br /&gt;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&lt;br /&gt; 0 4425 1818&lt;br /&gt;โรงพยาบาลมหาราช&lt;br /&gt; 0 4425 4990-1&lt;br /&gt;สถานีขนส่งแห่งที่ 1&lt;br /&gt; 0 4424 2889&lt;br /&gt;สถานีขนส่งแห่งที่ 2&lt;br /&gt; 0 4425 6006-9&lt;br /&gt;สถานีตำรวจภูธร&lt;br /&gt; 0 4424 2010&lt;br /&gt;สถานีรถไฟ&lt;br /&gt; 0 4424 2044&lt;br /&gt; สำนักงานจังหวัด&lt;br /&gt; 0 4424 3798&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4390992517048933780-4057717460973715110?l=nakornratchasima.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4057717460973715110'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4390992517048933780/posts/default/4057717460973715110'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nakornratchasima.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='จังหวัดนครราชสีมา'/><author><name>kookkhu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00586757758941492577</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_8rnRHbXhCZk/SXhIUoE1LtI/AAAAAAAAAAU/wJ_z1zXXLBI/S220/DSC00117.JPG'/></author></entry></feed>
